ราจาอัมปัต… ที่สุดในโลก EP3: “บาตันตะ บุฟเฟ่ห์ปะการังขั้นเทพ”

ความเดิมตอนที่แล้ว* ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่เพื่อเตรียมและทดสอบอุปกรณ์ถ่ายภาพใต้น้ำสำหรับทริป snorkel ที่นัดหมายกับ Sammy ในวันนี้ เป็นเช้าที่สวยงามมากทั้งบนบกและใต้น้ำจนผมยกให้เป็นรุ่งอรุณมหัศจรรย์ของทริปราจาอัมปัตเลยทีเดียว

อ่านฉบับเต็ม EP2 ได้ที่ https://coralust.wordpress.com/2016/02/03/ราจาอัมปัต-ที่สุดในโลก-ep2/

(20/12/15)
เวลาประมาณเที่ยง ผมกับภรรยานั่งรอ Sammy อยู่บนเปลหน้า homestay ของเรา วันนี้เรานัดหมายกันว่าจะให้ Sammy นำเราสองคนไปที่เกาะ Wai และเกาะ Urun ซึ่งปรากฎอยู่ให้เห็นลิบๆจากหาดหน้า homestay บนเกาะ Birie ก่อนเดินทางมาที่นี่ผมได้อ่านรีวิว ดูภาพถ่าย และวิดีโอหยิบมือของนักท่องเที่ยวที่เคยมา ทำให้รู้ว่า ปะการังน้ำตื้นแถบนี้สวยบ้าคลั่งทีเดียว บางคนก็จะบอกว่าไม่สวยเท่าเกาะ Kri ซึ่งเป็นศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวของ Raja Ampat แต่ผมฟังหูไว้หู อยากลองมาเห็นด้วยตัวเองแล้วตัดสินมากกว่า และบอกไว้ก่อนเลยครับว่า ตัดสินใจไม่ผิด ปะการังของสองเกาะที่ผมกำลังจะไปชมนั้น มีเอกลักษณ์ในแบบที่ทางตอนบนไม่มี

Sammy มักจะหายไปจาก homestay ในช่วงเช้า เพราะต้องขับเรือไปทำธุระหลายอย่าง ทั้งซื้อน้ำมัน ทั้งหาสิ่งของมาบริการลูกค้าที่อยู่ homestay ส่วนตัวอย่างเราสองคน กลับมาก็เที่ยงกว่า และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่คนมาเที่ยว Raja Ampat แบบ homestay ต้องทำใจ คือเราจะไม่สามารถกำหนดเวลาของกิจกรรมของเราได้เป๊ะๆ ด้วยข้อจำกัดของ homestay ที่ยังไม่มีบริการดีเท่ารีสอร์ท เรือที่ใช้รับส่งก็เป็นเรือหางยาวทำความเร็วได้ไม่ดีนัก อาหารเช้าบางทีก็มีแค่ขนมปังหรือโดนัทหยาบๆที่บ้างครั้งผมก็ปฏิเสธไม่ทานเพราะทานไม่ลงจริงๆ แต่ถ้าเราถามหาปลาบ่อยๆ  ทาง homestay ก็จะพยายามจัดหามาให้สุดความสามารถ

ในที่สุด Sammy ก็กลับมาถึง วันนี้เราคุยกันว่า จะไป Wai ก่อนแล้วไป Urun พอถามว่าที่ไหนมีอะไรให้ดู Sammy ก็ได้ความว่า ที่ Wai จะมีปลาเยอะส่วน Urun ปะการังจะสวยเป็นพิเศษ ว่าแล้วเราก็เริ่มออกเดินทาง โดยเริ่มต้นจากการนั่งเรือไปทางตอนเหนือของเกาะ Birie สู่ Wai ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง เกาะหวายเป็นเกาะทรายขาวโดดเดี่ยว ตั้งอยู่ระหว่างเกาะ Mansuar, Kri ทางตอนเหนือและเกาะ Batanta ทางตอนใต้ ใจกลาง Dampier strait บนเกาะจะมีรีสอร์ทชื่อว่า Wai Eco Resort ตั้งอยู่ ซึ่งแพงมาก เหมาะกับคู่ฮันนีมูนที่มีฐานะ (ไม่ใช่ผมและภรรยา) รอบๆเกาะจะมีปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม มีมือโปรถ่ายภาพวิวของเกาะนี้ไว้ให้ดูเยอะแยะบนโลกออนไลน์ เมื่อไปถึง Sammy ก็จอดเรือกลางน้ำทางฝั่งตะวันตกของเกาะ ตรงกับจุดที่เป็นเหวปะการังพอดี เราทั้งสองคนกระโดดลงไป ตีน้ำไปเรื่อยๆจากใต้ขึ้นเหนือ และนี่คือภาพที่เราเห็น ณ ปลายเท้าของเรา

ที่ Wai มีปลาเยอะจริงๆ แต่เท่าที่เห็นจะเป็นปลาปะการังหลากชนิด แต่ยังไม่เห็นฝูงปลาใหญ่ๆหรือนักล่าจำพวกฉลาม แต่ขนาด สีสัน ความหลากหลาย ของนิเวศน์ปะการังที่ Wai ก็เป็นที่ประทับใจของผมมาก ผมอาจจะมาไม่ตรงจังหวะที่จะได้เห็นอะไรแปลกๆ แต่ก่อนขึ้นจากน้ำก็ได้เห็นเต่าทะเลตัวใหญ่ เป็นเต่าตัวแรกของทริป เสียดายถ่ายภาพไม่ทันเพราะไกลและว่ายน้ำหนีลงที่ลึกซะงั้น

เรา snorkel บริเวณด้านตะวันตกเกาะ Wai เกือบๆชั่วโมง แล้วก็นั่งเรือต่อไปเกาะ Urun ซึ่งอยู่ใกล้กับ Batanta มากกว่า เกาะ Urun เป็นเหมือนสันทรายร้างกลางทะเลเล็กๆ ที่มีสนทะเลขึ้นอยู่ตรงกลางพอให้หลบแดดได้ ภรรยาของผมเหนื่อยจากการ snorkel ก่อนหน้านี้ จึงตัดสินใจไม่ลงน้ำ ผมจึงลงน้ำกลางทะเลที่ขอบเหวปะการังของ Urun คนเดียว แล้วให้ Sammy ขับเรือเข้าไปรอที่เกาะ ส่วนผมก็จะตีน้ำเลียบขอบเหวปะการังไปเรื่อยๆจนถึงเกาะ ซึ่งเท่าที่กะประมาณด้วยสายตาก็ห่างออกไป 300 เมตรเป็นอย่างต่ำ เมื่อลงไป สิ่งที่ได้เห็นคือแนวปะการังแน่นขนัดสีโทนพาสเทลซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต เหมือนกับสวนญี่ปุ่นใต้น้ำที่ถูกจัดวางไว้อย่างดี เอาเป็นว่า สุดยอด! ไม่มีให้เห็นที่อื่นอีกแล้ว มันมีเอกลักษณ์มากๆ ตามภาพข้างล่างทั้งหมดครับ!

และแล้วเวลาประมาณสี่โมงเย็นเราก็เสร็จภารกิจเยี่ยมชมทั้งสองเกาะ ซึ่งเป็นภารกิจสุดท้ายในการมา Batanta เท่าที่เวลาจะอำนวย จริงๆแล้วแอบเสียดาย เพราะ Batanta ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ คนที่มาอยู่นานหน่อยจะมีโอกาสได้เห็นพะยูนด้วย ซึ่งผมอด เพราะเวลาบีบรัด พรุ่งนี้จะต้องเปลี่ยน homestay สู่เกาะใหม่ สถานที่ใหม่

เรานั่งเรือกลับ Yenaduak กันด้วยความอิดโรย ฟ้าค่อยๆครึ้มลงจากที่แดดจ้าก่อนหน้านี้ พอเรากลับไปถึงฝนก็ตกพอดี เป็นการพักผ่อนเย็นสบายคืนสุดท้ายบนเกาะ Birie อันแสนหฤโหด

DSC_1569

 EP3 จบแล้ว เจอกันใหม่ใน EP4 ครับ!

ราจาอัมปัต… ที่สุดในโลก EP2: “อรุณสุนทรียะ Morning Orchestra”

ความเดิมตอนที่แล้ว* หลังจากบินข้ามแปซิฟิกกว่า 15 ชั่วโมง นั่งเรือเฟอรี่ข้าม Dampier Strait อีกสองชั่วโมง เราก็มาถึง Waisai เมืองท่าเข้าอุทยาน Raja Ampat ขณะที่กำลังจะลงทะเบียนเข้าอุทยาน ผมเพิ่งรู้ตัวว่าทำพาสปอร์ตหาย ซ้ำร้ายเด็กเรือของ homestay แรกที่เราไปพักดันทำอุปกรณ์ snorkeling ของเราหายไปด้วย ด้วยความเหนื่อยและความทุระกันดารของสถานที่ มันจึงเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดของเราสองคน แต่สัมผัสแรกที่ได้เห็นปะการังของ Raja Ampat ทำให้ความซวยต่างๆเหล่านั้น ดูคุ้มค่าขึ้นมาทันตา

อ่านฉบับเต็ม EP1 ได้ที่ https://coralust.wordpress.com/2016/02/01/ราจาอัมปัต-ที่สุดในโลก-ep1/

(19/12/15)
เราว่ายน้ำ snorkeling สำรวจปะการังตลอดความยาวหน้าหาดหลายร้อยเมตรของ Yenaduak homstay แล้วก็มาชะงักอยู่ที่แหลมที่ขอบปลายด้านใต้สุดของหาด ภรรยาผมตัดสินใจขึ้นจากน้ำก่อน ส่วนผมวกกลับ ตีน้ำกลับไปทางตอนเหนือ ก็ได้เจอฝูงปลาขนาดเล็กไม่ทราบชนิดสะท้อนแสงจนเกล็ดสีเงินเปล่งสีสลับรุ้งระยิบระยับ ไม่ทันรู้ตัวผมก็อยู่ในจุดที่กระแสน้ำเปลี่ยน น้ำตื้นและมีแนวปะการังกีดกันทำให้ว่ายน้ำเข้าฝั่งอย่างทุลักทุเล กระเสือกกระสนกลับเข้าฝั่งจนสำเร็จ แต่ก็เล่นเอาซะหอบ เป็นอันว่าเสร็จภารกิจสำรวจปะการังหน้าหาดของ Yenaduak
อาจจะเพราะน้ำในตอนเย็นค่อนข้างขุ่นและมืด ผมจึงยังไม่ค่อยพอใจกับภาพที่ได้นัก แต่ก็ต้องยอมรับว่า ถ้าไม่มาอินโดนีเซียก็คงไม่มีวันได้เห็นปะการังแบบนี้ ผมคิดว่าคงเป็นเหมือนกับไทยเมื่อร้อยปีที่แล้ว สมัยที่ยังไม่มีประมงแบบทำลายล้าง ส่วนภรรยาผม เธอชอบมาก บอกว่าแต่ก่อนเคยคิดว่าทะเลสวยคือทะเลใสทรายขาว ถ้าไม่มาคงไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ทะเล”

ผมขึ้นจากน้ำแล้วก็ชวนภรรยาเดินเลียบหาดลงไปทางใต้อีกครั้ง จนมาหยุดที่กองหินปลายแหลมกองเดิมซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของหาด ต้องรอน้ำลดจึงจะสามารถเดินไต่ตามขอบหินไปทางด้านตะวันตกสู่อีกหาดได้ ทิศทางทีมองไปจากกองหินตรงนี้เป็นเขาที่มีป่าเขียวชอุ่มกั้นด้วยอ่าวสีมรกตดูลึกลับน่าค้นหามาก ผมรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่าง บางอย่างมันบอกผมว่าในอ่าวนี้ จากกองหินปลายแหลมที่คลื่นจากฝั่งตะวันออกซัดเข้ามา จะต้องมีอะไรดีๆให้ผมดู พรุ่งนี้เช้าตรู่ผมจะกลับมาอีกครั้ง ต้องมีอะไรเจ๋งๆแน่ๆ!

G0676337-new-2.jpg

เรากลับไปอาบน้ำในห้องน้ำมืดๆในบังกะโลส่วนตัวของเรา ผมเปลี่ยนชุดเป็นผ้าโสร่งและเสื้อยืดสบายๆ ส่วนภรรยาก็ใส่เดรสชุดนอนลายบาติกสีน้ำเงิน ไปถ่ายรูปเล่นกัน ธรรมชาติที่เกาะ Birie ยามเย็นนั้นเหมือนเป็นสวรรค์จริงๆ แสงเย็นส่องข้ามเขาทางด้านหลังกระทบกับป่าทางด้านตรงกันข้าม ขั้นด้วยคลื่นทะเลที่กำลังสะท้อนแสงในอ่าว คลื่นช่วงน้ำลดซัดเบาๆเลียบหาดที่ไม่มีรอยเท้านอกจากสี่เท้าของแขกสองคน ขอนไม้ยืนต้นขนาดยักษ์ริมหาดก็ดูเหมือนโครงกระดูกช้างแมมมอธโบราณ ผมเดินเข้าไปในป่าติดหาด เด็ดมะม่วงเบาสี่ห้าลูกสำหรับกลับไปทานที่บังกะโล กำลังต้องการวิตามินซีเพราะเป็นหวัดอยู่พอดีเชียว เราเดินไปซักพักก็ได้ยินเสียง “แกว๊ก แกว๊ก” เมื่อมองขึ้นไปก็ต้องตะลึง “ฝูงนกแก้ว!” ผมอุทาน “สีอะไร?” ภรรยาถาม “ไม่แน่ใจนะ มันย้อนแสง แต่รู้สึกว่าตัวสีเขียว ปีกมีสีแดง สวยมากๆ”
ตอนนี้เรารู้ตัวแล้ว ว่าเรามาอยู่ป่าจริงๆ ป่าแท้ๆ ป่าที่มนุษย์ยังไม่ได้มาบุกรุก ป่าดงดิบ ป่าทั้งในน้ำ บนบก และบนฟ้า
พอเราเดินไปเกือบถึงปลายหาด ก็มีเสียงทรายและใบไม้จากในป่ากระเจิงมาจากฝีเท้าสัตว์สองตัว ไล่กันมาทางด้านหลัง “ไก่ป่า!” พวกมันวิ่งไล่กันออกมาที่หาด พอออกมาแล้วเห็นมนุษย์ก็แทบเบรกดังเอี๊ยดดดด หันหลังกลับกันแทบไม่ทัน ตลกมาก เราเดินไต่หินต่อไปทางในอ่าว ก็ยิ่งพบกับนกแก้วหลายชนิด มีตัวหนึ่งตัวใหญ่สีขาวมีหงอน น่าจะเป็น Yellow Crested Cockatoo เป็นครั้งแรกที่เห็นนกพวกนี้ในธรรมชาติ เมื่อเดินต่อไปในอ่าวนิรนาม จะเห็นป่าโกงกาง น้ำนิ่งๆ ได้ยินเสียงผิวน้ำแตกเป็นๆระยะๆจากปลานักล่าที่ล่าปลาตัวเล็กๆ เราเดินกันจนเบื่อแล้วจึงตัดสินใจกลับ

Yenaduak homestay เป็นโฮมสเตย์ที่สงบและบริสุทธ็์มาก แต่อาหารที่เสิร์ฟค่อนข้างจะเบสิคไปหน่อย มื้อเย็นวันนี้มีเมนูผัดผักกับแกงปลาเหมือนแกงเหลืองจืดๆและข้าว ไม่ทำให้เจริญอาหารมากนัก แต่สามารถเข้าใจได้ว่าทางโฮมสเตย์เพิ่งเปิดใหม่แห่งนี้ยังต้องตั้งตัว และเรียนรู้การทำธุรกิจอีกมาก เอาเป็นว่ามือนี้ “กินเพื่ออยู่” แล้วก็อดทนนอนกับกองทัพยุงกันอีกสองคืน

BirieIslandMap

(20/12/15)
วันนี้ผมตื่นแต่เช้า รีบเดินบึ่งไปที่กองหินเมื่อวานอีกครั้งเพื่อเริ่มการสำรวจปะการังในอ่าวนิรนามก่อนแสงจะแข็งเกินไป ในใจลึกๆผมหวังว่าจะได้เห็นพะยูน เพราะแถบนี้มีหญ้าทะเลเยอะ และช่วงเช้าคลื่นนิ่งน้ำใสคงจะได้ภาพงามๆแน่นอน จุดเริ่มต้นของการสำรวจอยู่ที่ด้านใต้ของกองหิน ผมเดินลงไปในน้ำตื้น นั่งลงในน้ำครึ่งตัว ใส่ตีนกบและหน้ากาก  นั่งชื่นชมบรรยากาศรอบตัว สูดลมหายใจเตรียมใจกับสิ่งที่อาจจะเจอใต้น้ำ มันเป็นสองอารมณ์ ทั้งตื่นเต้น ทั้งหวาดหวั่น เรื่องตื่นเต้นคงไม่ต้องอธิบาย แต่ที่กลัวคือ ผมมาว่ายน้ำคนเดียวในที่ที่ไม่มีมนุษย์หรือพยานใดๆ ถ้าด้วยอุบัติเหตุประการใดเกิดขึ้น ก็จะไม่มีความช่วยเหลือแม้แต่นิดเดียว จมคือหายไปเลย น้ำนิ่งๆมันก็น่ากลัวอยู่นะ ก่อนมาก็ดูวิดีโอที่เขาถ่ายจระเข้น้ำเค็มแถวๆ Batanta ซะด้วย บรึ๋ยยยยย
ในที่สุดผมก็กลั้นใจ เอาหน้าจุ่มน้ำ แล้วรุ่งอรุณแห่งสุนทรียะ ที่ผมจะจำไปตลอดชีวิตก็เริ่มต้นขึ้น…

Screen Shot 2016-02-01 at 8.54.00 PM.png

วินาทีแรกที่มองลงไปก็จะเจอกับหญ้าทะเลสีเขียวสดที่มีความโปร่งแสงจนดูเรืองแสง ยิ่งว่ายออกไปนอกแหลมก็จะค่อยๆเจอปะการังที่หลากหลาย สัตว์น้ำแปลกๆเช่น ปลาดาวตัวใหญ่สีแดงสดตัดกับพื้นทรายขาวละเอียด ปะการังเริ่มแน่นและหลากหลายขึ้นเรื่อยๆ แล้วพอว่ายออกมาถึงขอบเหวปะการัง ก็จะมีกำแพงปะการังเขากวางขนาดยักษ์ แน่นหนาไม่มีที่ว่าง คงเป็นแนวปะการังที่มีอายุเป็นร้อยๆปี ปลาเล็กใหญ่นับร้อยพันเต้นไปตามจังหวะของพวกมัน มองลงไปเป็นสีครามมืดไม่เห็นว่าสิ้นสุดที่ตรงไหน  แสงตอนเช้าทำมุมเฉียงเกือบขนานกับพื้นน้ำ ทำให้รังสีสะท้อนจากปะการังด้านล่างเด้งไปมาสีสันฉูดฉาดทั้งบนและล่าง คลื่นกระพือเบาๆดูเหมือนกับกำลังแหวกไปบนผ้าไหมนุ่มสีสดใส ทุกสิ่งรอบตัวแม้นิ่งเงียบ แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังเสพอาหารรสเลิศในภัตตาคารมิชิลินสามดาว ที่ full course แต่ละเมนูสอดประสานรสชาติให้กันอย่างสมดุล เหมือนวงออเครสต้าที่ทำหน้าที่อย่างพร้อมเพรียงเพื่อความสุนทรีย์ของผู้ชม แต่วันนี้ ผมเป็นเหมือนแขก VIP ที่สถานที่แห่งนี้กำลังบรรเลงเพลงสวรรค์ให้ผมเพียงผู้เดียว มันมหัศจรรย์มากจริงๆ ผมคิดว่า ภาพถ่ายในกระทู้นี้ คงเป็นตัาแทนของภาพความสุนทรีย์ในเช้าวันนี้ได้ดีที่สุด เรามาดู Morning Orchesta ไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ! แล้วเจอกันใหม่ใน EP3 ครับ!

ราจาอัมปัต…ที่สุดในโลก EP1: “วันโลกาวินาศ สัมผัสแรกที่ขอบสวรรค์”

flight_R4

หลังจากการเดินทางข้ามคืนจากกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผ่านการ transit สามครั้ง และต่อเฟอรี่ข้ามทะเลอีกสองชั่วโมง รวมเป็นระยะเวลาการเดินทางกว่า 15 ชั่วโมง ในที่สุดเราสองคนก็ยืนอยู่ในเมือง Waisai ศูนย์กลางและเมืองหลวงของเกาะ Weigeo หนึ่งในเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสี่เกาะของ ราจาอัมปัต (Raja Ampat)

Raja Ampat หมู่เกาะที่ได้ชื่อว่ามีความสมบูรณ์ทางนิเวศน์สูงที่สุดในโลก สถานที่ที่มี 70% ของสปีชี่ส์ปะการังทั้งโลกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สวรรค์ที่นักดำน้ำยกให้เป็นอันดับหนึ่งเพราะกินเนสบุ๊คบันทึกไว้ว่าสามารถเห็นปลาได้มากกว่า 300 ชนิดในการดำน้ำแค่หนึ่งครั้ง
การผจญภัยในสุดยอดทะเลแห่งนี้กำลังจะเริ่มขึ้น ผมแทบรอต่อไปไม่ไหว แม้ร่างกายจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง แต่ในใจมันตื่นเต้นไปกับความจริงว่า “เรากำลังจะได้ลงไปดูโลกใต้น้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”

เราสองคนเดินเข้าไปในสำนักงานอุทยานพร้อมกับ Sammy เจ้าของโฮมสเตย์ที่เรานัดหมายไว้จากเกาะ Batanta เพื่อไปจ่ายเงินและรับ tag เข้าอุทยาน
“Sir, may I have your passport for registration?” เจ้าหน้าที่อุทยานสาวขอ passport ของผมเพื่อบันทึกข้อมูลตามระเบียบทั่วไปของการเข้าอุทยาน และนี่คือจุดเริ่มต้นวันโลกแตกของผม
.
.
.

ผมไม่รู้ว่ามันหล่นหายตอนไหน คงเป็นช่วงการเดินทางระหว่างเมือง Makassar ถึง Sorong โดยเครื่องบินหรือไม่ก็จาก Sorong มา Waisai ช่วงที่อยู่บน ferry แต่มันหายไปแล้ว และนั่นเป็นความจริงแท้ๆ ไม่มีอะไรจริงยิ่งกว่า วินาทีแรกที่ผมสำเหนียกได้ว่าผมทำพาสปอร์ตหาย ผมหน้าซีดเผือด ความรู้สึกมันเหมือนฟ้าหล่นลงมาใส่หัว แผ่นดินแตกถล่มเป็นเสี่ยงๆ ฝันหวานก่อนหน้านี้สูญสลายไปต่อหน้าต่อตา มันเป็นวินาทีแห่งความสับสน กังวล อับอาย มันช๊อคกระทันหันเกินกว่าจะทำใจหรือคิดหาทางออกได้ทัน ผมหันไปมองภรรยาด้วยความรู้สึกอึกอักเพราะไม่ว่าจะค้นในกระเป๋าใบไหนมันก็ไม่มี ความสะเพร่าขั้นเทพของผมมันเล่นผมเสียแล้ว
สายตาทุกคู่ ณ ที่นั้นมองมาที่ผม ช่วยกันลุ้นว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยาน Sammy และ Ranny ไกด์มือดีอีกคนที่ผมติดต่อไว้ล่วงหน้า มันคงดูอนาถแท้ เขาคงคิดในใจ “ยังไม่ทันเริ่มทัวร์ เจ้านี่ก็สร้างปัญหาให้ตรูช่วยกันแก้ซะและ” ผมแทบอยากจะมุดดินหนี ทำไมโง่อย่างนี้ อะไรหายไม่หาย ดันทำพาสปอร์ตหาย เซ็งขนาดไหน ณ จุดๆนี้ อยากกลับบ้านขนาดไหนก็กลับไม่ได้แล้วด้วย

จริงๆแล้วการทำ passport หาย มันไม่ใช่เรื่องที่แก้ยากนักสำหรับนักเดินทางในเมืองใหญ่ แต่ในกรณีนี้เนื่องจากเป็น Raja Ampat บ้านป่าไกลปืนเที่ยงตรงขอบด้านตะวันออกสุดของอินโดนีเซีย เลยไปอีกนิดก็ประเทศปาปัวนิวกินีแล้ว มันจึงเป็นอะไรที่ผมคิดหนักมาก เพราะต้องกลับไปทำเรื่องที่จาร์กาตา ยิ่งใกล้ปีใหม่วันหยุดยาว ชะตากรรมของเราสองคนในอินโดนีเซียจากความประมาทของผมในครั้งนี้ชักจะลำบากเสียแล้ว
ในเวลาวิกฤติแบบนี้ ผมยังโชคดีที่มี Ranny ไกด์ที่พึ่งพาได้ช่วยปลอบใจ เธอบอกว่า “Please don’t worry. You are now in Raja Ampat. You should enjoy it and forget about the passport for now. I will find a good solution for you.” เป็นคำพูดเตือนสติที่ดีเยี่ยม ที่ทำให้ผมคิดได้ว่ามาถึงแล้ว ก็ควรลืมเรื่องกังวลต่างๆทิ้งไปและอยู่กับปัจจุบัน ในขณะเดียวกันผมก็ได้เห็นความเป็นมืออาชีพไว้วางใจได้ของไกด์คนนี้ รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก ก็เป็นอันว่าผมใช้ passport เก่าของผมในการบันทึกข้อมูลแทน และรอสายโทรศัพท์จาก Ranny ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับ passport ในถิ่นทุรกันดารแบบนี้

บ่ายคล้อย ผมและภรรยาลา Ranny เพื่อนั่งเรือต่อไปสู่ Yenaduak family homestay ของ Sammy บนเกาะ Birie, Batanta
เรือของ Sammy ที่ใช้ข้าม Dampier Strait เป็นเรือหางยาวสีเขียวไม่มีหลังคา ขนาดใหญ่พอสมควร การข้ามทะเลสู่ Batanta ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ด้านใต้ของ Raja Ampat นั้นกินเวลาถึงสองชั่วโมง ผมเลือกไป Batanta เพราะกะว่าอาจจะมีโอกาสเห็นพะยูนซึ่งเห็นได้บ่อยๆในแถบนั้น ระหว่างล่องเรือไปก็ได้พบกับโลมาฝูงใหญ่ เป็นการยืนยันว่าของเขาสมบูรณ์จริงๆ เรา happy มากและคิดว่าสามารถลืมเรื่อง passport ไปได้

This slideshow requires JavaScript.

ยิ่งใกล้ Batanta เราก็จะยิ่งเห็นความเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เกาะ Batanta นั้นเขียวขจี มีภูเขาสูง และพืชพันธุ์หลากชนิดแน่นไปหมดตามแบบป่าดงดิบแท้ๆ นี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังว่าจะได้เห็น พอไปถึงเราก็ได้เห็น Homestay ที่อยู่ริมหาดขาวสะอาดทอดยาวเป็นส่วนตัวของเราล้วนๆ น้ำสีมรกต ร่มรื่น เสียงนกป่าหลากชนิดดังชัดเจนมาแต่ไกล นี่คือเสียงป่า! ผมกระโดดลงจากเรือ พาภรรยาไปพักผ่อนในกระท่อมส่วนตัวที่จองไว้ Yenaduak homestay ของ Sammy มีเพียงกระท่อมเดียว และเราสองคนเป็นแขกคู่เดียวของ homestay

Sammy ลูกชายและน้องชายต่างช่วยกันยกของเข้าบังกะโล ผมเตรียมตัวที่จะเริ่มสำรวจแนวปะกานรังทันทีก่อนจะตกเย็น

แต่ทุกๆครั้งที่เราคิดว่า ปัญหาต่างๆมันจบลงแล้ว และเรากำลังจะได้พักผ่อนซะที สิ่งที่แย่กว่ามันมักจะตามมาเสมอ…

ผมรีบเตรียมอุปกรณ์เพื่อจะลงสำรวจใต้น้ำ แต่พบว่าถุงใส่อุปกรณ์ snorkel ของผมไม่อยู่ในบังกะโล ไอ้ลูกชาย Sammy เจ้ากรรมที่แบกถุงนี้มาที่ท่าเรือ Waisai ดันลืมโหลดถุงนี้ลงเรือซะงั้น ผมเองก็ลืมเช็คเพราะไม่นึกว่ามันจะมาตายน้ำตื้นกันแบบนี้ ผนวกกับเราสองคนลงเรือมาก่อน ท่าเรือสูง เลยมองไม่เห็นว่าเหลืออะไรอยู่บนท่าบ้าง เจ้าเด็กนี่แบกมา แถมเป็นคนโหลดสัมภาระทั้งหมดลงเรือแล้วปิดไว้ด้วยผ้าใบ สงสัยผีจะบังตาให้ลืมหยิบถุงนั่นลงเรือมาซะเฉยๆ
มันสายเกินไปเสียแล้ว ถือเป็นคราวซวยซ้ำซ้อน เพราะถ้าไม่มีอุปกรณ์ snorkel ก็เท่ากับทริปนี้เหลว ลงถ่ายภาพใต้น้ำไม่ได้ ภรรยาผมโมโหสุดขีด สั่ง Sammy ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดให้ขับเรือกลับไปเอา สี่ชั่วโมงก็สี่ชั่วโมง แม้จะเหนื่อยล้าขนาดไหน ผมก็จำใจต้องไปคุม Sammy ให้ขับเรือกลับไปเช็คที่ Waisai พร้อมๆกัน คลื่ินลมเริ่มแรงขึ้นผมเหนื่อยจนไม่ไหวต้องเอาผ้าปิดหน้ากันแดด นอนในเรือหางยาวเปียกๆอีกเป็นชั่วโมงกว่าจะถึง Waisai พอไปถึง Ranny ก็รออยู่แล้ว เราช่วยกันหา แต่ของผมก็หายไปแล้ว มีคนมือดีหยิบไป หายไปตลอดกาล

ผมนั่งเรือยาวลำเดิมกลับ  Batanta พร้อมความผิดหวัง ขณะนั้นเป็นเวลาพลบค่ำพอดี ภรรยาผมมารอผมอยู่หน้าหาด เมื่อทราบข่าว เธอก็น้ำตาไหลด้วยความเจ็บแค้นในความซวยซ้ำซวยซ้อนและความสะเพร่าของทุกๆคนรอบตัว มันเป็นวันแห่งความอดทนอดกลั้น เราทั้งสองต่างถึงจุดที่เหนื่อยและหมดแรงบันดาลใจในการมาเที่ยว Raja Ampat อย่างสิ้นซาก เป็นหนึ่งวันที่เราเรียนรู้ว่า การเดินทางก็สามารถสร้างความทุกข์มหาศาลให้เราได้เช่นกัน นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการเดินทางในครั้งนี้ของเรา

(19/12/15)
การผจญภัยทรหดเมื่อวานทำให้ผมไข้ขึ้นและเป็นหวัด ต้องอัดพาราไว้ตลอดกันทรุด คืนแรกที่ Yenaduak พิสูจน์แล้วว่าเรามาอยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อนจริงๆ homestay จะมีไฟฟ้าให้ใช้แค่ระหว่างหกโมงเย็นถึงเที่ยงคืนเท่านั้น หมายความว่าหลังเที่ยงคืนอากาศจะอบอ้าวมากเพราะพัดลมหยุดทำงาน ยิ่งกว่านั้นยุงที่ีนี่โหดและเยอะเกินไป ยาทากันยุงกับมุ้งหย่อนๆของ homestay ไม่มีทางเอาอยู่ ตื่นเช้ามาทั้งแขนทั้งหลังเต็มไปด้วยรอยยุงกัด และเนื่องจากเราเหนื่อยกันสุดๆ เราจึงหลับกันจนบ่าย แทบไม่ได้ลุกมาทานอาหารที่ homestay เตรียมไว้ให้
ช่วงเย็นอาการป่วยของผมดีขึ้น จึงเริ่มออกไปสำรวจปะการังหน้าหาด หรือที่เรียกว่า housereef นั่นเอง โชคดีที่ Sammy มีอุปกรณ์สำรองให้กับแขกที่มาพัก เราจึงสามารถยืมอุปกรณ์มาใช้ได้ ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาบ่ายแก่ๆ แสงอาทิตย์เริ่มอ่อน คลื่นตอนเย็นค่อนข้างแรงและน้ำจะค่อนข้างขุ่น แต่เมื่อผมว่ายน้ำออกไปถึงแนวปะการัง ผมได้ตระหนักถึงคุณค่าของการมาที่นี่ได้อย่างชัดเจน และมันเป็นสัญญาณที่ดีว่าทริปนี้กำลังจะดีขึ้น ผมเดินข้ามนรกขุมต่างๆมาแล้ว และในที่สุดผมก็เดินทางมาถึงรั้วสวรรค์ซะที

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เห็นปะการังน้ำตื้นที่มีชีวิตขนาดนี้ และที่สำคัญ นี่ยังเป็นแค่รั้วๆขอบๆของ Raja Ampat เท่านั้น ยังไม่ใช่ที่สุด ที่สวยกว่านี้จะอยู่ใน Episode ถัดไป และการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์เกินที่คาดไว้

<<<EP1 จบแล้ว! เจอกันใหม่ใน EP2 ครับ!>>>

ล่าปะการังเจ็ดสีที่ หลีเป๊ะ!!!

มีสิ่งหนึ่งในชีวิตที่ผมอยากจะไปเห็นด้วยตาตัวเองมานานตั้งแต่สมัยเด็กๆ นั่นคือปะการังที่เลื่องลือกันว่า “เจ็ดสี” ของหลีเป๊ะซึ่งมีชื่อเสียงในหมู่นักดำน้ำ ก่อนหน้านี้ผมเคยไปเที่ยวหลีเป๊ะครั้งหนึ่งแล้ว(ตอนวัยรุ่น) จำได้ว่าปะการังน้ำตื้นที่เกาะราวีนั้นสวยงามมาก หลังจากนั้นหลายปี โดยเฉพาะช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ หลีเป๊ะก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครๆก็ไปกัน จนผมรู้สึกว่า ใครๆก็ไปได้ ไม่น่าสนใจอีก

อย่างไรก็ตาม ความงามของหลีเป๊ะ ก็เป็นอะไรที่ปฏิเสธไม่ได้อย่างแน่นอน และถ้า Coralust จะพาเที่ยวหลีเป๊ะ เราจะพาไปชมในสิ่งที่คนทั่วไปจะไม่ได้เห็น นั่นคือโลกใต้ทะเลอันเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ความสดใส และความลึกลับน่าค้นหา รับรองว่าน้อยคนนักที่จะได้เห็นอย่างที่ผู้อ่านกำลังจะได้เห็นครับ!

ผมจะไม่ขอบรรยายรีวิววิธีการเดินทางอะไรให้ต้องเสียเวลา เพราะสำหรับคนไทย แค่ค้นบนอินเตอร์เนต ก็มีทัวร์มากมายที่จะติดต่อได้ และแค่ต้องเดินทางมาให้ถึงท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูลเท่านั้น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าหาดีๆ ที่พักบนเกาะหลีเป๊ะแบบถูกสุดคือแบบบังกะโล ก็ราคาอยู่ที่ประมาณคืนละหนึ่งพันบาทครับ ใครเหมาเรือหางยาวเที่ยวรอบๆเกาะ ก็เหมาวันละ 1,500 บาทโดยประมาณครับ ผมพาคุณแม่ คุณแม่ยาย และภรรยามาด้วย สี่วันสามคืน ก็ใช้จ่ายไปไม่เกิน 20,000 บาทนะจ๊ะ รวมค่าดำน้ำ 3 dives 4600 บาทถ้วน ร้านดำน้ำก็มีมากมาย สำหรับใครที่อยากได้การบริการแบบไทยๆคนกันเอง ผมก็แนะนำ Satun Dive ที่ผมไปดำมาเลยจ้า

เอาหล่ะ อย่าพูดพร่ำทำเพลง ไปดูภาพสวยๆ unseenๆ ของหลีเป๊ะกันแบบรัวๆเลยละกัน!

06/04/15 เดินทางมาถึงอาดัง-หลีเป๊ะ เมฆอลังการดี เก็บไว้ซักหน่อย

06/04/15 เดินทางมาถึงอาดัง-หลีเป๊ะ เมฆอลังการดี เก็บไว้ซักหน่อย

editDSC_6028

06/04/15 มาติดต่อ Satun Dive สำหรับการดำน้ำวันพรุ่งนี้

editDSC_6030

Satun Dive Resort ยามเย็น

07/04/15 วิวระหว่างทางออกเดินทางไปดำน้ำที่ Stonehenge สายๆ

07/04/15 วิวระหว่างทางออกเดินทางไปดำน้ำที่ Stonehenge สายๆ

07/04/15 วิวระหว่างทางออกเดินทางไปดำน้ำที่ Stonehenge สายๆ

07/04/15 วิวระหว่างทางออกเดินทางไปดำน้ำที่ Stonehenge สายๆ

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 มันมีครบทุกสีจริงๆนะ!!

07/04/15 มันมีครบทุกสีจริงๆนะ!!

07/04/15 ที่นี่หลีเป๊ะ ไม่ใช่มัลดีฟส์!!!

07/04/15 ที่นี่หลีเป๊ะ ไม่ใช่มัลดีฟส์!!!

07/04/15 หิวเลย

07/04/15 หิวเลย

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 ปลาสิงโตสวยๆก็มา!!!

07/04/15 ปลาสิงโตสวยๆก็มา!!!

07/04/15 นีโม่น้ำลึกก็โชว์เต็มที่!!!

07/04/15 นีโม่น้ำลึกก็โชว์เต็มที่!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 ลักษณะเด่นของ Dive site นี้คือมีก้อนหินแนวตั้งซึ่งมีปะการังอ่อนสีสดสวยเกาะอยู่มากมาย คนจึงขนานนามว่า Stonehenge

07/04/15 ลักษณะเด่นของ Dive site นี้คือมีก้อนหินแนวตั้งซึ่งมีปะการังอ่อนสีสดสวยเกาะอยู่มากมาย คนจึงขนานนามว่า Stonehenge

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

07/04/15 อลังการงานสร้าง ปะการังอ่อน ยิงไม่ยั้ง!!!

ช่วงบ่ายของวันที่ 7 เมษา ผมก็ลงอีก Dive นึง ที่เกาะตาลัง(Talang) สำหรับ Dive นี้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมองหาสัตว์น้ำตัวเล็กๆอันทรงเสน่ห์ เช่น ม้าน้ำ ปลาไม้จิ้มฟันจระเข้(Ghost Pipe fish) ทีแรกพอลงไป นึกว่าไม่มีอะไร เพราะฉากมันไม่อลังการเหมือนที่ Stonehenge แต่กลับกลายเป็น Site ดำน้ำที่ผมประทับใจมาก อธิบายด้วยคำพูดมันยาก ไปดูภาพกันเลยดีกว่า

07/04/15 ในที่สุด! ผมก็ได้เห็นม้าน้ำในธรรมชาติ!

07/04/15 ในที่สุด! ผมก็ได้เห็นม้าน้ำในธรรมชาติ!

07/04/15 ปลาไหลมอเรย์สีสันเจ็บๆ น่ารักๆก็มี

07/04/15 ปลาไหลมอเรย์สีสันเจ็บๆ น่ารักๆก็มี

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (1)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (1)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (2)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (2)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (3)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (3)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (4)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (4)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (5)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (5)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (6)

07/04/15 สวนอีเดนของ Ghost Pipefish (6)

07/04/15 และแล้วเราก็เจอม้าน้ำสีดำ ของหายาก!

07/04/15 และแล้วเราก็เจอม้าน้ำสีดำ ของหายาก!

07/04/15 ปะการังโขดของตาลัง

07/04/15 ปะการังโขดของตาลัง

07/04/15 ปะการังโขดของตาลัง (2)

07/04/15 ปะการังโขดของตาลัง (2)

สะเทินน้ำสะเทินบก

สะเทินน้ำสะเทินบก

ภาพนี้ ผมหล่อมากกกกกก

ภาพนี้ ผมหล่อมากกกกกก

ยังไม่หมดครับ! หลังจาก Dive ที่ตาลังแล้ว ผมก็จะลง night dive คือการดำน้ำตอนกลางคืนที่ Stonehenge ต่อ โดยหวังว่าจะได้เห็นอะไรที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนกลางวัน ระหว่างรอค่ำ ก็เอาวิวรอบๆหลีเป๊ะมาฝากกันจ้า

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

บรรยากาศสบายๆที่หลีเป๊ะ

ตกค่ำ ก็ถึงเวลาไปสำรวจโลกใต้ทะเลกลางคืนของหลีเป๊ะกัน! มันเจ๋งมากกก

ปะการังเจ็ดสีตอนกลางคืน ยิ่งเด่นกว่าเดิม

ปะการังเจ็ดสีตอนกลางคืน ยิ่งเด่นกว่าเดิม

ฟองน้ำยักษ์ก็อลังการ

ฟองน้ำยักษ์ก็อลังการ

จักรวาลใต้คลื่นทะเล จินตนาการเท่านั้นคือลิมิต

จักรวาลใต้คลื่นทะเล จินตนาการเท่านั้นคือลิมิต

คนอื่นๆพาคุณไปดูดาวบนเขา แต่ Coralust พามาดูโกโกริใต้น้ำ

คนอื่นๆพาคุณไปดูดาวบนเขา แต่ Coralust พามาดูโกโบริใต้น้ำ

ชมพู๊ชมพู

ชมพู๊ชมพู

ความพิเศษของการดำน้ำกลางคืนที่หลีเป๊ะคือเราจะเจอมอเรย์ตัวเป็นเมตรออกหากินเยอะมาก ทั้งสวย ทั้งน่าหวาดเสียว

ความพิเศษของการดำน้ำกลางคืนที่หลีเป๊ะคือเราจะเจอมอเรย์ตัวเป็นเมตรออกหากินเยอะมาก ทั้งสวย ทั้งน่าหวาดเสียว

ปะการังหากินกลางคืน

ปะการังหากินกลางคืน

ปลาและปะการังอ่อนสวยๆ

ปลาและปะการังอ่อนสวยๆ

ปะการังอ่อนอันตระการตา

ปะการังอ่อนอันตระการตา

กุ้งตัวเล็ก ได้รับความนิยมจากนักดำน้ำ

กุ้งตัวเล็ก ได้รับความนิยมจากนักดำน้ำ

ตัวเล็กกว่าปลายนิ้วก้อยอีกครับ ถือเป็นบุญที่ถ่ายมาได้ ;)

ตัวเล็กกว่าปลายนิ้วก้อยอีกครับ ถือเป็นบุญที่ถ่ายมาได้ 😉

DCIM101GOPROG0075871.บทสรุปของผมก็คือ จริงๆแล้ว ทะเลไทยในอดีตคงจะสวยงามมากๆแน่ๆ แต่คงเพราะในยุคหนึ่ง(รวมถึงปัจจุบัน) เราทำประมงกันแบบทำลายล้างจริงๆ ทรัพยากรที่ควรจะสวยงามยิ่งกว่าที่มัลดีฟส์ จึงเหลือให้เห็นอยู่ไม่มากนัก ผมยังโชคดีที่ทันได้เห็นปะการังอ่อนอันโด่งดัง ถึงแม้ Dive leader จะเปรยๆกับผมว่า สมัยก่อนสวยกว่านี้มาก

หวังว่าภาพถ่ายเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ว่าเราเคยมีอะไร และควรจะช่วยกันอนุรักษ์อะไรครับ เมืองไทยเราสวยจริงๆ แค่ต้องช่วยกันดูแล จัดการ ควบคุมให้เข้มงวด Coralust การันตี!

รวมภาพถ่ายสวยๆและรีวิวย่อการท่องเที่ยวต่างประเทศช่วง 2 ปีระหว่างการเรียน ป.โท (2012-2014)

ผมเริ่มเข้าเรียนในระดับปริญญาโทตั้งแต่ช่วงปลายปี 2012 จนจบการศึกษาอย่างเป็นทางการในปี 2014 ในช่วงระยะเวลาสองปีนี้ ผมได้เก็บเงินทุนที่เรียนอยู่ไปเที่ยวที่ต่างๆ ทั้งกับเพื่อน คนเดียว และครอบครัว ถึงจะไม่ได้เที่ยวเยอะเพราะภาระหลักก็ยังคงเป็นเรื่องการเรียน แต่เป็นช่วงสองปีที่ได้เห็นได้ทำตามความฝันหลายอย่างทีเดียว กระทู้นี้สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมภาพเก่าๆที่ถ่ายเก็บไว้ในช่วงสองปีนี้มาโชว์กันจ้าาา

ประเทศทั้งหมดที่ผมไปมาในช่วงสองปีนี้ล้วนแต่เป็นประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่าสำหรับคนไทยทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือการทำวีซ่านั่นเอง เอาหล่ะครับ ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อน ว่าสภาพมหาลัยที่ผมเรียนและชีวิตของผมในซาอุ ดูเป็นยังไงกันบ้าง

มหาวิทยาลัย King Abdullah University of Science and Technology (KAUST), Saudi Arabia

มหาวิทยาลัย King Abdullah University of Science and Technology (KAUST), Saudi Arabia

มหาวิทยาลัย King Abdullah University of Science and Technology (KAUST), Saudi Arabia

มหาวิทยาลัย King Abdullah University of Science and Technology (KAUST), Saudi Arabia

มหาวิทยาลัย King Abdullah University of Science and Technology (KAUST), Saudi Arabia

มหาวิทยาลัย King Abdullah University of Science and Technology (KAUST), Saudi Arabia

เรียนปอโทจบปี 2014

เรียนปอโทจบปี 2014

ทำฮัจย์ปี 2012

ทำฮัจย์ปี 2012

ต้นปี 2013 ผมกับเพื่อนๆที่กำลังเรียนต่ออยู่ต่างประเทศ รวมตัวกันเพื่อไปถ่ายทำสารคดี ชุดหนึ่งชื่อว่า “Retrace Ottoman” เป็นสารคดีทางประวัติศาสตร์ถ่ายทำในประเทศตุรกี แผนการเดินทางของเราในการถ่ายทำเป็นการเดินทางตามเมืองต่างๆเป็นลำดับดังนี้ Isatanbul->Edirne->Bursa->Chanakale->Adana->Hatay->Istanbul ซึ่งเราใช้เวลาในการถ่ายทำทั้งหมดประมาณ 12 วัน สารคดีชุดนี้ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 5 ตอน สามารถรับชมได้บนเพจเฟสบุ๊คชื่อ Tawheed Studio ระหว่างทางผมก็ถ่ายภาพสวยๆของประเทศตุรกีมากฝากกันด้วยครับ!

เที่ยวตุรกี มกรา 2013

เที่ยวตุรกี มกรา 2013

วิวริมน้ำ อิสตันบูล

วิวริมน้ำ อิสตันบูล

วิวริมน้ำ อิสตันบูล

วิวริมน้ำ อิสตันบูล

ฮาเกียโซเฟียหวานๆ

ฮาเกียโซเฟียหวานๆ

ชานัคคาเล่

ชานัคคาเล่

เด็กหนุ่มที่ไ้รับบาดเจ็บจากสงครามในซีเรีย

เด็กหนุ่มที่ไ้รับบาดเจ็บจากสงครามในซีเรีย

โรงพยาบาลผู้ลี้ภัยจากซีเรียที่เมืองฮาทาย

โรงพยาบาลผู้ลี้ภัยจากซีเรียที่เมืองฮาทาย

สองลุงเมืองฮะทาย

สองลุงเมืองฮะทาย

แมวน่ารักๆ

แมวน่ารักๆ

ภายในโบสท์ ฮาเกียโซเฟีย

ภายในโบสท์ ฮาเกียโซเฟีย

เล่นหิมะเมือง อิเดรเน่

เล่นหิมะเมือง อิเดรเน่

ระหว่างทางในตุรกี

ระหว่างทางในตุรกี

วิวจากสมรภูมิชานัคคาเล่

วิวจากสมรภูมิชานัคคาเล่

วิวจากช่องแคบ บอสฟอรัส อิสตันบูล

วิวจากช่องแคบ บอสฟอรัส อิสตันบูล

หลังจากจบทริปตุรกี ก็เปิดเทอมครับ ผมเลยงดเที่ยวเป็นเวลาอีกสามเดือน ด้วยตารางเรียนอันแสนเคร่งเครียดเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาก เมื่อหมดภาคการศึกษาที่สองของชีวิตปอโท(เดือน พ.ค. 2013 ) คราวนี้ผมเลยวางแผนออกทริปฉายเดี่ยวแบบ backpacker กะว่าจะไปเพื่อถ่ายภาพแนว landscape และ wildlife ให้เต็มเหนี่ยว ตามใจตนเอง สถานที่ที่ผมเลือกก็คือ South Africa ที่ไม่ต้องใช้วีซ่า และมีทุกอย่างที่ผมปรารถนา สัตว์ป่าซาฟารี ภูเขา น้ำตก เหว ชายฝั่ง ทะเล ทุ่งหญ้า ภารกิจของผมหลักๆในครั้งนี้ที่ต้องให้ได้มาคือ ภาพสิงโต ทิวเขาสวยๆ และฉลามขาวครับ โดยผมเริ่มออกเดินทางจาก Johannesburg เมืองหลวงของ South Africa ลงไปสู่เมือง Cape Town ทางใต้สุด การเดินทางก็ง่ายครับสำหรับ backpacker มันจะมีการเดินทางชนิดหนึ่งชื่อว่า Baz bus เป็นตั๋วการเดินทางแบบเหมา สามารถขึ้นและลงที่ไหนก็ได้ตลอดเส้นทาง(ซึ่งไปทั่วประเทศเลียบชายฝั่งมหาสมุทร) ระหว่างทางก็จะมี guest house มากมาย ในแต่ละเมืองซึ่งมีกิจกรรมเยอะแยะเต็มไปหมด แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหนครับ ใครจะไปก็ลอง search google หา Baz Bus ดูนะครับ เอาหล่ะ มาดูกันเลย ว่าผมได้ภาพอะไรเจ๋งๆมาบ้าง

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

Kruger National Park, South Africa

) คราวนี้ผมเลยวางแผนออกทริปฉายเดี่ยวแบบ backpacker กะว่าจะไปเพื่อถ่ายภาพแนว landscape และ wildlife ให้เต็มเหนี่ยว ตามใจตนเอง สถานที่ที่ผมเลือกก็คือ South Africa ที่ไม่ต้องใช้วีซ่า และมีทุกอย่างที่ผมปรารถนา สัตว์ป่าซาฟารี ภูเขา น้ำตก เหว ชายฝั่ง ทะเล ทุ่งหญ้า ภารกิจของผมหลักๆในครั้งนี้ที่ต้องให้ได้มาคือ ภาพสิงโต ทิวเขาสวยๆ และฉลามขาวครับ โดยผมเริ่มออกเดินทางจาก Johannesburg เมืองหลวงของ South Africa ลงไปสู่เมือง Cape Town ทางใต้สุด การเดินทางก็ง่ายครับสำหรับ backpacker มันจะมีการเดินทางชนิดหนึ่งชื่อว่า Baz bus เป็นตั๋วการเดินทางแบบเหมา สามารถขึ้นและลงที่ไหนก็ได้ตลอดเส้นทาง(ซึ่งไปทั่วประเทศเลียบชายฝั่งมหาสมุทร) ระหว่างทางก็จะมี guest house มากมาย ในแต่ละเมืองซึ่งมีกิจกรรมเยอะแยะเต็มไปหมด แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหนครับ ใครจะไปก็ลอง search google หา Baz Bus ดูนะครับ เอาหล่ะ มาดูกันเลย ว่าผมได้ภาพอะไรเจ๋งๆมาบ้าง

climax ของทริป Kruger

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

Blyde River Canyon

Blyde River Canyon

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง ในประเทศ Lesotho

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง ในประเทศ Lesotho

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางแห่งหนึ่ง

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

ความงามของ Cape Town ใต้สุดของทวีป Africa

เย้ ภารกิจสำเร็จ ได้ถ่ายภาพฉลามขาวในตำนานแบบจมูกชนจมูก

เย้ ภารกิจสำเร็จ ได้ถ่ายภาพฉลามขาวในตำนานแบบจมูกชนจมูก

และแล้วชีวิตผมก็กลับเข้าสู่ช่วงเรียน summer เป็นช่วงชีวิตที่ลำบากทารุณกรรมมาก เพราะต้องรีบเก็บวิชาให้ครบ และวิชาช่วง summer ก็ยากมาก มีเวลาให้นิดเดียว เฉียดฉิวจะไม่ผ่านเกณฑ์อยู่เหมือนกัน ตอนนี้เดือนสิงหา 2013 ผมรู้สึกอ่อนล้ามาก คิดถึงบ้านอยากกลับไปกินอาหารไทย และอยากกลับสู่ comfort zone ซักนิดก็ยังดี ผมจึงตัดสินใจกลับบ้านครับ นอกจากนั้นยังได้ไปถ่ายสารคดี “Retrace Ottoman” เพิ่มเติมที่ไทยด้วย

พักใจที่ไทยแลนด์

พักใจที่ไทยแลนด์

พักใจที่ไทยแลนด์

พักใจที่ไทยแลนด์

หลังจากนั้นผมก็เริ่มปีการศึกษาใหม่ ซึ่งเป็นเทอมสุดท้ายของการเรียนแบบ course work ปอโท ก่อนที่จะเริ่มทำทีสิสในปี 2014 ผมตั้งใจเรียนไปอีกสามเดือนกว่าจนถึงเดือนธันวา และผมตัดสินใจกลับไทยอีกครั้ง ครั้งนี้เพื่อที่จะพาครอบครัวเที่ยวบ้าง ซึ่งประกอบด้วยแม่ เพื่อนรัก น้องสาว และหลานชาย ไปกันแบบเหมารถตู้ขึ้นเหนือ ได้ภาพสวยๆมาเยอะเหมือนกันครับ

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

พาเด็กๆเที่ยวภาคเหนือฤดูหนาว

ต้นปี 2014 ผมกลับมาปั่นทีสิสปอโท ซึ่งเป็นการทำงานค่อยข้างหนักตลอดระยะเวลาเกือบหกเดือน ถ้าจำไม่ผิดคือผมไม่ได้ออกจากซาอุเลยจนถึงเดือนสิงหาคม ครั้งนี้ผมกลับไทยอีกรอบ โดยก่อนกลับ แวะเที่ยวสิงคโปร์ไปเจอเพื่อนเก่าและชมเมืองที่เจริญที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เที่ยวแบบเต็มที่ทั่วสิงคโปร์เหมือนกัน นอกจากนั้นช่วงนั้นยังตรงกับวันชาติสิงคโปร์ซะด้วยสิ จึงได้มีโอกาสฝึกถ่ายภาพพลุจากมุมสูงด้วย

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

ใน Sentosa

วันชาติที่ Marina Bay

วันชาติที่ Marina Bay

วันชาติที่ Marina Bay

วันชาติที่ Marina Bay

หลังจากสิงคโปร์ ผมก็รีบกลับมาเรียนดำน้ำต่อที่ภูเก็ตครับ เพราะเป้าหมายการท่องเที่ยวถัดไปของผมคือ การถ่ายภาพใต้ทะเล ภาพใต้น้ำถัดจากนี้ถ่ายโดยครูฝึกสอนครับ (เกาะพีพี)

เรียนดำน้ำที่ภูเก็ต

เรียนดำน้ำที่ภูเก็ต

เรียนดำน้ำที่ภูเก็ต

เรียนดำน้ำที่ภูเก็ต

เรียนดำน้ำที่ภูเก็ต

เรียนดำน้ำที่ภูเก็ต

เรียนดำน้ำที่ภูเก็ต

เรียนดำน้ำที่ภูเก็ต

และแล้วหลังจากกลับจากภูเก็ตสู่ ซาอุดิอารเบีย ผมก็ได้รับการตอบรับให้ต่อปริญญาเอกที่ KAUST ต่อไป เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2014 เป็นต้นไป ต่อมาผมก็กลับไทยอีกครั้งเพื่อแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมรัก และไปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์เมื่อต้นปี 2015 ที่ผ่านมา ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถอ่านรีวิวที่ผมเขียนเกี่ยวกับทริปมัลดีฟส์ได้ที่ http://goo.gl/9AztYW ครับ

สำหรับผม 2 ปีนี้ถือเป็นสองปีที่โชคดีและเติมเต็มชีวิตผมเป็นอย่างมาก นอกจากที่ผมจะขอบคุณพ่อแม่พี่น้องญาติมิตรทั้งหลายที่สนับสนุนผมมาตลอดแล้ว ผมคงจะต้องขอบคุณพระเจ้าอย่างที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะบางสิ่งบางอย่างในชีวิต มันเหนือการคาดหมายของมนุษย์ตัวเล็กๆอย่างเรามากที่เดียว สุดท้ายผมก็จะขอรวมภาพ(หล่อๆ)ของผมตลอดสองปีที่ผ่านมาที่ไปท่องเที่ยวที่ต่างๆด้วยครับ

ผมกำลังจะออกเดินทางอีกครั้งเร็วๆนี้ แล้วจะเอาภาพสวยๆ ประสบการณ์เจ๋งๆมาฝากกันอีก อินชาอัลลอฮ(หากพระผู้อภิบาลทรงประสงค์)

10152555176235417

10152601206760417

10152492925420417 10152742170520417 10152912784205417 10153636573300417 10154450564875417