Category Archives: Uncategorized

ราจาอัมปัต..ที่สุดในโลก | EP10: Cape Kri จุดดำน้ำอันดับหนึ่งของโลก

ความเดินตอนที่แล้ว* ผมพักที่ Prajas homestay กับทัวร์สปีดโบ๊ท ได้เที่ยว Wayag ในตำนาน และได้ snorkeling รอบ Kabui bay ที่มีปะการังโคตรหลากหลาย

(29/12/15)
ถ้ายังจำตอนเก่าๆที่ผมเล่าได้ มันจะมีอยู่วันนึงครับ ที่ผมเสียเวลาไปเต็มๆ ไม่ได้ไปไหนเลย ไม่มีใครยอมพาผมไปเที่ยวเกาะรอบๆ เพราะเป็นวันหยุดของชาวคริสต์ปาปัว ผมพลาดเองที่วางแผนผิด วันนั้น จากที่ควรจะได้ไปดำน้ำที่ Cape Kri ที่ต้องไม่พลาด กลับพลาดไปจนผมอารมณ์เสียเลยทีเดียว

คืนวันที่ 28 เป็นคืนสุดท้ายของผมในราจาอัมปัต วันรุ่งขึ้น ทัวร์จะพาคู่สามีภรรยาชาวดัทช์คู่หนึ่งไปส่งที่เกาะ Kri ส่วนที่เหลือก็จะกลับบ้านกันแล้ว เรายังมีเวลาช่วงเช้าสั้นๆ หากอยากจะแวะที่ไหน ทุกคนในทัวร์เสียงแตกครับ ผมขอร้องเอสนี่ ไกด์นำทัวร์ว่า ผมขอไป Cape Kri ได้มั้ย เพราะผมไม่มีเวลาแล้ว คู่รักชาวดัทช์ต้องการไปดำน้ำดูแมนต้า ส่วนลูกทัวร์ชาวอินโดที่เหลือไม่สนใจอะไรเลย อยากกลับเร็วๆได้ไปอาบน้ำ(อะไรของพวกมึงวะเนี่ยะ?) เราเถียงกันนานมาก แต่ผมก็ไม่ยอมที่จะอะลุ่มอล่วย เพราะผมถือว่า ที่ที่ผมต้องการไปมันเป็นทางผ่าน และคนอื่นๆยังมีเวลาอยู่ต่ออีกหลายวัน ผมไม่มีแล้ว สุดท้ายทุกคนก็ยอมให้ผมได้แวะที่ Cape Kri เพราะผมขอ จุ่มหน้าในน้ำแค่ไม่เกิน 30 นาทีเท่านั้น

เกริ่นไว้ก่อนครับ ว่า Cape Kri เป็นจุดดำน้ำที่ทำสถิติ จำนวนชนิดปลามากที่สุดในโลกในหนึ่งไดฟ์ในกินเนสบุค

และภาพที่จะเห็นต่อไปนี้ทั้งหมด อยู่ใน Cape Kri จุดดำน้ำที่ได้ขึ้นเป็นที่หนึ่งในนิตยสารระดับโลกหลายปีซ้อนครับ ภายในเวลาการ snorkeling แค่ไม่เกิน 30 นาทีเท่านั้น ไปดูกันเลย ว่าตำแหน่งอันดับหนึ่ง เป็นคุณค่าที่ Cape Kri คู่ควรหรือไม่?

 

ราจาอัมปัต… ที่สุดในโลก EP7: “All Blue”

ความเดิมตอนที่เเล้ว: ผมใช้เวลาวันสุดท้ายกับ Paulus ด้วยการไปดำน้ำที่ Yangelo Ridge ซึ่งเป็น site ดำน้ำระดับตำนานของ Raja Ampat เเละวันนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะจาก Paulus ไปยัง Homestay ใหม่ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างสูง
ย้อนอ่าน EP6 ได้ ที่นี่
(25/12/2015)
เราออกเดินทางจาก Nudibranch Homestay ของ Paulus ที่เวลาประมาณ 11 โมง เพื่อเดินทางไปสู่ Yendebabo Homestay ซึ่งมีเจ้าของชื่อ Mathias ผมได้รับข่าว Homestay ผ่าน Websites เเละ Youtube เเละเชื่อว่าการมา Homestay นี้ จะเป็นการช่วยเหลือกิจการของคนพื้นถิ่นของ Raja Ampat เเทนที่จะไปพักรีสอร์ตของนายทุนต่างชาติ มีข้อมูลว่า Homestay นี้ มีบริการ Scuba Diving เเบบครบวงจรพร้อม มีเรือที่คอยบริการ เเต่เมื่อเราไปถึง กลับพบว่าเจ้าของ Homestay ไม่อยู่ ถังดำน้ำที่ควรจะเห็นวางไว้ กลับว่างเปล่า เรือบริการนักท่องเที่ยวของ Homestay กลับไม่ได้อยู่ที่ Homestay เเละไม่มีเรือสำรองไว้ เมื่อถามลูกน้องของ Homestay ก็ได้ความว่า Mathias ได้พานักท่องเที่ยวอีกกลุ่มไปเที่ยวหมู่เกาะ Fam ตั้งเเต่เช้า อาหารเที่ยงที่เราได้จาก Homestay ก็ไม่มีความพร้อม นี่ถือเป็นลางที่ทำให้ผมรู้สึกได้ทันที่ว่าการเลือกมาพักที่นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดไปเเล้ว เนื่องจากผมคาดหวังมาที่นี่เพื่อดำน้ำ การที่ต้องเสียเวลาไป 1 วันเต็มๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากรอให้เจ้าของ Homestay กลับมาเป็นความรู้สึกที่เเย่มาก ผมก็ทำใจบอกให้ภรรยาไปพักผ่อนเเละผมก็ใช้เวลาในช่วงบ่าย Snorkeling หน้า Homestay เเทน จริงๆเเล้วอีกเหตุผลนึงที่ผมเลือกมาพักที่นี่ เพราะผมได้ดูภาพถ่ายใต้น้ำของ Housereef หน้า Homestay จากฝรั่งคู่หนึ่ง ผมเลยสนใจที่จะมาถ่ายภาพ Housereef ที่นี่ ผมเริ่มสำรวจที่เวลาประมาณช่วงเย็น น้ำขุ่นเป็นพิเศษเเละน้ำค่อนข้างเเรง ดูเหมือนกับโชคไม่เข้าข้างเอาซะเลย จนเมื่อผมว่ายไปถึงเเนวปะการังที่เเหลมทางด้านตะวันออกของ Homestay ความคุ้มค่าของการมาที่นี่จึงเกิดขึ้น นี่เป็นครั้งเเรกที่ผมเห็นฝูงฉลามถึง 5-6 ตัวในที่เดียวกัน ฝูงฉลามวันรุ่นกลุ่มนี้กำลังหากินในเเนวปะการังโดยการมุดหัวลงไปในซอกหลืบหินต่างๆเพื่อล่าปลาเล็กๆ เเสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์อย่างยิ่งของเเนวปะการังเเห่งนี้ วันนี้จึงถือว่าเป็นวันดีอีกวันหนึ่ง
DSC_4086-2DSC_4097-3DSC_4175DSC_4200DSC_4230-2
DSC_4241-2
Mathias เจ้าของ Homestay กลับมาถึงในช่วงค่ำ เราได้คุยกันเเละทราบว่าถังดำน้ำทั้งหมด เค้าได้ให้ Homestay อื่นยืมถังดำน้ำของตัวเองทั้งหมดไป ผมได้เเต่ส่ายหัว เเละที่เเย่กว่านั้นคือ Mathias พูดภาษาอังกฤษเเทบไม่ได้เลย เเต่ผมก็บีบจนมั่นใจว่าผมจะได้ดำน้ำในวันรุ่งขึ้น
(26/12/2015)
วันนี้ผมได้นัดหมายกับ Mathias ให้ Danny จาก Lumba Lumba Homestay มารับผมไปดำน้ำ เเทนที่ Mathias (ที่บริหาร Homestay ตัวเองได้เเย่มาก) ก่อนจะออกไปดำน้ำ ผมก็ได้เทสอุปกรณ์ถ่ายภาพใต้น้ำอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัย เเละนี่คือภาพเเนวปะการังของ Yendebabo ในช่วงเช้า ระหว่างที่ผมกำลังเทสอุปกรณ์ ภรรยาผมก็นั่งดื่มชาที่ที่รับประทานอาหารของ Homestay เเละได้เห็นปลาฉลาม 2 ตัวว่ายน้ำเล่นอยู่ใต้ Jetty ที่ยื่นออกมา ส่วนผมก็อดเห็นเพราะมัวเเต่เทสอุปกรณ์
DSC_4321DSC_4336DSC_4269-2
IMG_7638IMG_7639
เเละเเล้วก็ถึงเวลาดำน้ำของผม Danny จาก Lumba Lumba ขับ Speedboat พร้อมกับเเขกของ Homestay Lumba Lumba เเละ Dive site เเรกที่พวกเราไปชื่อว่า Friwent Wall ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษในเรื่องของสีสันปะการังน้ำตื้นอันฉูดฉาด เราดำน้ำจากทางตะวันออกไปสู่ตะวันตกตามกระเเสน้ำ ข้างล่างไม่ค่อยมีอะไร มีเเต่น้ำ ทรายเเละปะการัง เป็นกอๆ เเต่ที่ Dive site นี้ ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสเห็น Wobbegong Shark ซึ่งเป็นฉลามพันธุ์หายากที่พบได้เฉพาะในเเถบออสเตรเลียเเละเเถบปาปัวนิวกินีเท่านั้น เมื่อใกล้สิ่นสุดการดำน้ำสู่ผิวน้ำ เราก็จะได้เห็นความงามของปะการังน้ำตื้นที่เป็นจุดขายของ Dive site เเห่งนี้อย่างชัดเจน
DSC_4372DSC_4417DSC_4418DSC_4427-2DSC_4431DSC_4473DSC_4481DSC_4493DSC_4505-2DSC_4522
สำหรับ Dive site ที่ 2 เรามาพักทานข้างเที่ยงที่เกาะ Mioskon ก่อนที่จะลงดำน้ำอีกครั้ง ใน Dive site ที่มีชื่อเดียวกัน ซึ่งที่นี่เน้นความอลังการของหมู่ปลาหลากหลายพันธุ์เเละอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ เเละวันนี้ถือว่าเราโชคดีเป็นพิเศษเพราะปลาเยอะเป็นพิเศษ ถ้าหากใครเคยอ่านการ์ตูนมังงะชื่อ one piece ผลงานระดับอัจฉริยะของอาจารย์โอดะ ก็จะรู้จักตัวละครตัวหนึ่งชื่อ ซันจิ โดยความฝันของซันจิคือการค้นพบ All blue ทะเลที่มีสัตว์ทะเลทุกชนิดอยู่ในที่เดียวกันเหมือนสวรรค์ของเชฟ ถ้าหากจะเปรียบเทียบ Dive site ชื่อว่า Mioskon เป็นตัวแทนที่ดีอย่างยิ่งสำหรับความเป็น All blue ของ Raja Ampat ในโลกของความเป็นจริง ผมค้นพบ All blue ของผมแล้ว! ที่นี่มีปลาเยอะเหลือเกิน ที่เด็ดๆสุดๆคือฝูง sweetlips เป็นร้อยๆ และฝูงปลาหูช้างตัวใหญ่ๆ นอกจากนี้แนวปะการังของ Mioskon ยังมีสีสันสวยงามมาก และเช่นเคย ให้ภาพเล่าเรื่องดีกว่าครับ!
DSC_4631DSC_4663DSC_4671DSC_4674DSC_4688-2DSC_4694DSC_4695-2DSC_4696DSC_4705-2DSC_4708-2DSC_4710DSC_4718DSC_4719DSC_4720DSC_4728DSC_4730DSC_4731
การดำน้ำที่ Mioskon สิ้นสุดที่เวลาประมาณบ่ายโมง เราก็เดินทางไปสู่ Lumba Lumba homestay ของ Danny เพื่อรับประทานอาหารเที่ยง เป็นอาหารเที่ยงที่ดีที่สุดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีทั้งไก่ ทั้งผลไม้ ทั้งปลา ผมพอเข้าใจแล้วว่า ทำไมนักดำน้ำควรจะเลือก homestay ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วมากกว่าไปลองเสี่ยงกับ homestay ใหม่อย่างผม เพราะการบริหารงานของ homestay เช่น Lumba Lumba มีระบบกว่ามาก บริการดีกว่า มี package ดำน้ำที่ครอบคลุมด้วย คิดแล้วผมตัดสินใจพลาดสุดๆ
เมื่อเสร็จสิ้นจากอาหารเที่ยง เราก็ร่ำลาเพื่อนร่วมดำน้ำของเราวันนี้ และขอให้ Danny ไปส่งเราที่หมู่บ้านบนเกาะ Mansuar ชื่อว่า Yenbuba village หมู่บ้านนี้เป็นหนึ่งในจุด snorkeling ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสามจุดของ Raja Ampat (ประกอบด้วย Cape Kri, Sawendarek village และ Yenbuba village) สำหรับ Yenbuba village ความอลังการของแนวปะการังที่นี่มันเกินคาดมาก สวยแน่นเต็มไปหมดตั้งแต่มองจากบนท่าเรือ เมื่อผมลงน้ำไปสำรวจ ได้เจอหมดทั้งเต่าทะเล และฉลาม ไม่ต้องนับปลาปะการังสีสันหลุดโลกที่เห็นกันจนชินตา ไม่ผิดหวังจริงๆที่อุตส่าห์ถาม professor ชาวเยอรมันที่ Nudibranch homestay และได้คำแนะนำมาว่า ที่นี่ต้องห้ามพลาด เป็นการสิ้นสุดวันมหัศจรรย์ “All blue day” ที่สมบูรณ์จริงๆ
IMG_7636.jpg
DSC_4741DSC_4747DSC_4760DSC_4782DSC_4783DSC_4784
DSC_4869DSC_4878DSC_4922DSC_4947DSC_4948DSC_4955
EP7 จบแล้ว แต่การผจญภัยในหมู่เกาะมหัศจรรย์นี้ยังไม่จบ เจอกันใหม่ใน EP8 ครับ!

ราจาอัมปัต… ที่สุดในโลก EP6: วิถีชีวิต ทิวทัศน์ สัตว์ประหลาด ปะการังสีเพลิง

ความเดิมตอนที่แล้ว* ใน EP1 ผมทำ passport หาย และเพิ่งรู้ตัวก็ตอนถึง Raja Ampat แล้ว Ranny ผู้ติดต่อประสานงานบอกว่าไม่ต้องห่วง เขาจะหาทางออกให้ หลังจากผ่านมาห้าวัน ผมก็ได้มาพักที่ Nudibranch homestay บนเกาะ Gam และคืนวันที่ 22 ธันวา Ranny ก็โทรมา บอกให้ผมไปแจ้ง passport หายที่โรงพักในตัวเมือง Waisai ซึ่งเป็นเมืองท่าหลักของ Raja Ampat โดย Paulus เจ้าของ homestay จะนำผมไปในวันรุ่งขึ้น

ย้อนอ่าน EP5 ได้ ที่นี่ และดราม่า passport หายใน EP1 ได้ ที่นี่

(23/12/2015)
เราตื่นมาดูเด็กๆลูกชาวบ้านเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานเป็นกิจวัตร เราออกเดินทางเข้าเมือง Waisai เมืองท่าของ Raja Ampat ประมาณช่วงเที่ยงของวัน การเดินทางสู่ Waisai ด้วยเรือของ Paulus ใช้เวลากว่า 50 นาทีทีเดียว บนเรือของเรามีนักศึกษาของศาสตราจารย์ชาวเยอรมันสองคน มี Paulus กับภรรยา และผมกับภรรยา นักศึกษาคนหนึ่งชื่อ Conny วันนี้เธออาสานำทางเราไปสถานีตำรวจด้วยน้ำใจอันดีงามยิ่ง ระหว่างทางไป Waisai ก็เป็นโอกาสดีที่ผมจะเก็บภาพทิวทัศน์ทะเลของ Raja Ampat ซึ่งเขียวไปหมด มีป่าโกงกางที่มีพันธุ์ไม้ใหญ่ขึ้นแน่นขนัด สวยงามมาก

DSC_3075DSC_3096DSC_3116DSC_3150DSC_3158DSC_3196DSC_3210

เมื่อมาถึง Waisai, Paulus และภรรยาก็แยกไปส่งนักศึกษาอีกคนหนึ่ง หลังจากนั้นจะซื้อของเข้า homestay ส่วนผม ภรรยา และ Conny ก็ไม่เสียเวลา บึ่งตรงไปหามอเตอร์ไซค์รับจ้างทันที เพราะสถานีตำรวจดันไม่อยู่แถวกลางเมืองแต่ดันไปหลบอยู่หลังเขา ต้องนั่งรถเข้าไปข้ามเขาสองสามลูกเลยทีเดียว เมือง Waisai เป็นเมืองชนบทที่คึกคัก มีร้านขายของชำ มีตลาดสด คนเดินไปมาในความร้อนระอุให้เห็นตลอด แล้าก็เข้าสู่เขตเขา ลงเนินไปก็เจอสำนักงานตำรวจหลบอยู่ในหุบเหมือนอุทยานแสนสบายเมื่อเทียบกับที่ชาวบ้านอยู่ เราเดินเข้าไปแจ้งความโดยมี Conny ช่วยสื่อสาร เขาขอให้ผมเอาไฟล์สำเนา passport เพื่อเป็นหลักฐาน แล้วก็ใช้เวลานานสองนาน จนในที่สุดประมาณบ่ายสาม ผมก็ได้ใบแจ้งหายอย่างเป็นทางการ ที่ต้องนำไปใช้ต่อใน Jarkata เพื่อทำหนังสือเดินทางชั่วคราว เราเสียตังคไปบานเหมือนกันกับค่ามอไซค์รับจ้างที่ต้องมารอเราตั้งแต่ขามา เพราะสถานีตำรวจ(ที่ควรจะอยู่ใกล้ประชาชน)มันอยู่หลังเขาซะเหลือเกิน
เมื่อเรากลับมาถึงตัวเมือง Waisai จากสถานีตำรวจ พบว่าธุระของ Paulus กับภรรยายังไม่เสร็จ ผมจึงถือโอกาสถ่ายภาพบรรยากาศตลาดสดของ Waisai เฝ้าดูชีวิตคนเป็นอะไรที่เพลินดีเหมือนกัน

DSC_3229DSC_3230DSC_3254DSC_3260DSC_3267DSC_3269DSC_3284DSC_3296DSC_3297DSC_3303DSC_3328

ประมาณเกือบค่ำเราจึงได้ออกเดินทางกลับจาก Waisai แน่นอนว่า ผมก็ไม่มีอะไรทำอีกนอกจากถ่ายภาพทิวทัศน์ยามเย็น ทั้งจากบนเรือขาเดินทางกลับ และจากหมู่บ้าน Sawinggrai ในยามเย็น อีกครั้ง ผมคงให้ภาพบรรยายตัวมันเอง

DSC_3333DSC_3399DSC_3449DSC_3457DSC_3477DSC_3482DSC_3515DSC_3524DSC_3537

รู้มั้ย? อะไรเป็นเหตุผลที่ผมต้องเลือกมาพักที่ Nudibranch homestay ทั้งๆที่มีที่พักบนเกาะ Kri ที่โด่งดังกว่าให้เลือกเต็มไปหมด นั่นเพราะ Paulus มีอาวุธลับอยู่อย่างนึง นั่นคือสัตว์ประหลาดที่ชื่อว่า Cuscus เป็นอะไรที่ผมต้องมาเห็นด้วยตาตนเองให้ได้ คืนนี้ผมมีนัดกับ Paulus ซึ่งจะรอให้อาหารเจ้า cuscus ตอนค่ำของวันที่โรงอาหารของ homestay
Cuscus คล้ายๆกับหมาไม้ เป็นสัตว์จำพวกพอซซั่ม หรือไม่ก็นางอายของไทยเรา มีกระเป๋าหน้าท้อง อาศัยอยู่ในป่าชายเลนนั่นเอง(นี่คือเหตุผลว่าทำไมที่นี่ชุม) Paulus จะให้กล้วยเจ้าพวกนี้ทุกคืน แต่อย่าเข้าใจผิดว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยง ปกติเขาก็จะอยู่ในป่านั่นหล่ะ แค่ออกมาทานของหวานจากมือมนุษย์บ้างเป็นครั้งคราว
Cuscus พวกนี้ดูอุ้ยอ้าย ขนฟูนุ่ม ตีนมีเล็บคมยังกะเหยี่ยว บางทีเวลาทะเลาะแย่งอาหารกันก็โวยวายเสียงดังใช่ย่อย แต่โดยรวมก็น่ารักและแปลกมาก ดูเพลินเลยหล่ะ และแล้วเราก็ร่ำลาสัตว์ประหลาดฝูงนี้ไปนอน เพื่อภารกิจในเช้าวันต่อไป

DSC_3539DSC_3542DSC_3545DSC_3561DSC_3563DSC_3587DSC_3600DSC_3613

(24/12/2015)

ตั้งแต่เรามาอยู่ที่ Nudibranch ทุกๆเช้า ภรรยาของผมจะเข้าไปช่วยอาสาสมัครคนหนึ่งสอนภาษาอังกฤษเด็กๆในหมู่บ้าน วันนี้ผมเลยถือโอกาสเข้าไปดูซะหน่อย ก่อนที่จะออกเดินทางไปดำน้ำ ในห้องเรียน จะมีเด็กๆนับสิบคน มีฝรั่งอาสาคนนึงจากฮอลแลนด์คุยภาษาอังกฤษกับเด็ก วิธีการสอนก็ไม่ยาก เอาของใช้ต่างๆวางบนผ้า แต่ก็ขอร้องเด็กๆให้ยื่นสิ่งที่ตัวเองถามหาให้ตัวเองทีละคน หลังจากนั้นก็วาดภาพ ระบายสี ร้องเพลงกันไป ช่วงไหนเบื่อๆก็นำเด็กๆไปสอนเรื่องความสะอาด ภรรยาผมก็เป็นผู้ช่วย ดูแล้วก็สนุก น่ารักดี

DSC_3622DSC_3625DSC_3659DSC_3670DSC_3672DSC_3722

เราเริ่มออกเดินทางไปดำน้ำอีกครั้งตอนเที่ยง ก่อนผมมา Raja Ampat ผมได้ค้นข้อมูลเจอจุดดำน้ำจุดหนึ่งชื่อว่า Citrus ridge หรือในภาษาพื้นเมืองชื่อ Yangelo ชื่อ Citrus ridge มาจากที่นักบุกเบิกชาวดัตช์มาพบว่าที่แห่งนี้มีปะการังอ่อนหลากสี และมีสีที่หายากคือสีโทนส้มสดๆ ยังกะเอาส้มชนิดต่างๆมาวางเรียงกัน ซึ่งก็เป็นปะการังอ่อนประเภทที่ผมก็ไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนี้ยังมีบันทึกว่าจุดดำน้ำนี้มีปลาหลากหลายมาก สีสันสดใส ผมเลยไม่ยอมพลาด
เราเดินทางออกจาก homestay เกือบเที่ยงเช่นเคย มาทางตะวันตกสุดของเกาะ Gam ซึ่งตรงนี้จะเป็นช่องแคบระหว่างสองเกาะ Citrus ridge อยู่ปากทางของช่องแคบนี้ทางตอนเหนือ
dive แรกผมลงไปพร้อม Paulus ด้วยความตื้นเต้น น้ำแรงพอสมควร ต้องตีขาออกไปนอกหาด คลื่นซัดเข้ามา กว่าจะได้ดำลงไป แต่เมื่อลงไปปุ๊บก็ต้องตะลึง มันสวยจริงๆ! แต่ซวยมากที่รอบนี้กล้องดันมีปัญหาโฟกัสอะไรไม่ได้เลย ผมขัดใจมากๆ แต่ก็ทำใจและตั้งใจดูวิวแทน ที่นี่ยังมีไคลแมกซ์อีกอย่างคือ piggy seahorse ซึ่งเป็นม้าน้ำที่เล็กที่สุด สีชมพู สีเดียวกับประการังที่มันอาศัยอยู่ กลมกลืนแนบเนียน เป็นวิวัฒนาการที่วิเศษมาก ผมพยายามถ่ายภาพมาแต่ไม่สำเร็จอีกนั่นแหละ เสียใจ กล้องทรยศเสียแล้ว

เมื่อขึ้นมาจาก dive แรก เราพักกันชั่วโมงนึง ผมพยายามแก้ปัญหาของกล้อง และขอให้ Paulus นำลงไปอีกครั้ง รอบนี้กล้องทำงานดีขึ้น พอจะมีรูปเบลอๆเป็นไอเดียว่า site ดำน้ำนี้ สวยงามขนาดไหน

DSC_3921DSC_3931-2DSC_3938-2DSC_3944-2DSC_3950-2DSC_3996-2DSC_3997-2DSC_3998-2DSC_4002-2DSC_4003-2DSC_4005-2DSC_4007

เราเสร็จจากการดำน้ำประมาณเกือบค่ำพอดี แต่ก็ยังมีเวลาแวะ snorkeling ในป่าโกงกางน้ำใสระหว่างทางกลับ ก่อนที่ผมจะขอร่ำลากันไป เพื่อเริ่มต้นการผจญภัยที่ homestay แห่งใหม่ในวันพรุ่งนี้

DSC_4036DSC_4040-3DSC_4045DSC_4046DSC_4052DSC_4053DSC_4055DSC_4056DSC_4057

EP6 จบแล้ว แต่การผจญภัยในหมู่เกาะมหัศจรรย์นี้ยังไม่จบ เจอกันใหม่ใน EP7 ครับ!

ราจาอัมปัต… ที่สุดในโลก EP5: “12 ชม. ที่สุดแห่งความงาม”

ความเดิมตอนที่แล้ว* หลังจากตรากตรำมาอย่างยากลำบากแต่คุ้มค่าบนเกาะดงดิบแห่ง Batanta เราก็ได้เคลื่อนที่ย้ายที่พักมาอยู่ ณ หมู่บ้าน Sawinggrai บนเกาะ Gam ทางตอนเหนือของราจาอัมปัต
ณ ที่นี่ เป็นหมู่บ้านขนาดชุมชนที่สวยงาม และมีความพร้อมมากกว่าในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเพราะอยู่ใจกลางของราจาอัมปัต เราพักที่ Walking shark homestay ของ Nicolas น้องชายคนสุดท้องของ Paulus ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนและเจ้าของ Nudibranch homestay อันโด่งดัง ตั้งแต่วันแรก Paulas ได้พาเราไปดำน้ำตื้นในบริเวณใกล้เคียง เราได้เห็น mandarin fish ซึ่งเป็นปลาหายากที่ไม่ว่าคนรักทะเลคนไหนล้วนฝันอยากเห็นด้วยตาซักครั้งหนึ่งทั้งสิ้น

อ่านฉบับเต็ม EP4 ได้ ที่นี่

(22/12/15)
หลังจากได้พักผ่อนอย่างสบายใน homestay ใหม่แห่งนี้เป็นคืนแรก ในช่วงคืนเมื่อวาน ผมได้เข้าไปนั่งคุยนัดหมายกับ Paulus ให้นำผมไปชม 3 สถานที่ที่อยู่ในแผนของผมในวันนี้ เป็นการนั่งคุยที่เป็นกันเอง และได้รับการต้อนรับอย่างดี ถึงแม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่า Paulus ดูยุ่งมาก ทั้งกับลูกทีมและแขกที่ล้น homestay อยู่ในขณะนั้น Paulus ต้องคอยดูแลศาสตาจารย์เยอรมันท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เขียนรวบรวมเรื่องของพันธุ์ปลาในแถบนี้ทั้งหมด เป็นผู้ให้กำเนิด Nudibranch homestay เสียด้วย ถือเป็นผู้มีพระคุณของ Paulus
แต่ด้วยสปิริทของไกด์ที่ดี Paulus เลือกที่จะนำทางผมไปดูชมสถานที่ต่างๆด้วยตนเอง ตลอดระยะเวลาที่เราพักที่นี่

มีสองสามสิ่งที่ถ้าหากมา Raja Ampat แล้วจะพลาดไปไม่ได้เลย และเป็นแผนของผมที่การมาในครั้งนี้ต้องเห็นให้ได้:
1. ฝูงกระเบนราหู(Manta ray) ณ site ดำน้ำชื่อ Manta sandy อันโด่งดัง ที่นี่เราจะได้เห็นฝูงกระเบนราหูอย่างน้อยๆก็ห้าตัวขึ้นไปในเวลาเดียวกัน
2. ปะการังอ่อนสีสดที่ดันไปขึ้นได้ท่าเรือของเกาะ Aborek เป็นวิวที่เฉพาะตัวมาก หายากเหลือเกินในยุคนี้ที่เราจะได้เห็นปะการังอ่อนกอใหญ่ๆใต้ท่าเรือตื้นๆขนาดนั้น เป็นวิวที่ไม่เพียงแต่สวย แต่ดูมีพลังมากด้วย
และ
3. ผมต้องการแวะชมโฮมสเตย์แห่งหนึ่งชื่อ Kobekwan homestay ผมเห็นภาพของที่แห่งนี้บนเนต พบว่าปะการังใต้ homestay ที่ยื่นไปในทะเลนี้ดูแน่น และสวยงามมาก นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งของ blue water mangrove ซึ่งหมายความว่า ผมจะได้เห็นปะการังอยู่ใต้ป่าโกงกาง เป็นอีกวิวหนึ่งที่หาที่อื่นใดในโลกไม่ได้เช่นกัน

วันนี้ เราจะเคลียร์ checklist ด้านบนให้หมด! และผมก็อึ้ง ที่ความงามที่กำลังจะพาไปชม มันเหนือกว่าที่คาดคิดไว้มากนัก!

ผมเริ่มต้นวัน ด้วยการลงน้ำหน้า homestay เพื่อทดสอบความพร้อมของอุปกรณ์ถ่ายภาพใต้น้ำเช่นทุกวันที่ผ่านมา ปล่อยตัวเองลอยตามกระแสน้ำจากป่าโกงกางของ Nudibranch homestay จากตะวันออกสู่ตะวันตกให้ไปสิ้นสุดที่ jetty หรือท่าเรือของหมู่บ้าน มันเป็นเช้าที่วิเศษยิ่งนัก มันเริ่มต้นด้วยการได้เห็น walking shark ตัวเป็นๆอยู่ภายใต้รากโกงกาง เป็นฉลามขนาดเล็กที่ปรับตัวให้ใช้ครีบแทนเท้าเดินไปบนพื้นทะเลได้ เป็นของหายากมาก แต่กลับเจอได้ง่ายๆหน้าที่พักแห่งนี้ ตลอดแนวปะการังเลียบฝั่งของหมู่บ้าน บวกกับแสงเช้าอันอ่อนนุ่ม ทำให้ได้ภาพใต้น้ำที่งดงามจับใจ มีปลาปะการังอยู่กระจุกกันเป็นฝูง ปะการังสีสดเป็นกอใหญ่หลากสี ฝูงปลากระมงนับร้อยๆว่ายต้านกระแสนน้ำอยู่ใต้ท่าเรือ อลังการเพียงแค่เอาหน้าจุ่มน้ำเท่านั้น เป็นเช้ามหัศจรรย์ เป็นนิมิตหมายอันดียิ่งในการเริ่มต้นวันที่งดงามที่สุดในชีวิตนักท่องเที่ยวอย่างผม

DSC_1966 copy
DSC_1978-2DSC_1980DSC_1982-2DSC_1997DSC_2002DSC_2008DSC_2015-EditDSC_2028DSC_2031DSC_2044-2DSC_2049DSC_2051DSC_2081DSC_2118DSC_2160_2DSC_2163DSC_2168

ประมาณเกือบเที่ยง Paulus ก็มารับผมเพื่อออกเดินทางไปดำน้ำ โดยสถานีแรกที่เราต้องแวะคือเกาะ Aborek นั่นเอง เพื่อไปรับถังดำน้ำจาก dive center บนเกาะ เนื่องจาก homestay ของ Paulus ไม่ได้มี dive center เป็นของตัวเอง(ซึ่งนั่นทำให้ราคาแต่ละ dive แพงขึ้นด้วย ดังนั้นใครกะจะมาดำน้ำ ควรวางแผนให้ดีๆ หมายถึงควรมาพัก homestay ที่มี dive center ในตัวด้วยครับ) ระหว่างรอขนถังดำน้ำขึ้นเรือยาวอันแสนจะโคลงเคลงของ Paulus ผมก็ได้เก็บภาพเด็กชายแก่นๆอันโด่งดังของ Aborek มาพอสมควร

เมื่อเราขนอุปกรณ์ขึ้นเรือครบแล้ว เราก็เริ่มบึ่งสู่ manta sandy ทันที มีผมคนหนึ่ง เด็กเรือคนหนึ่ง(เด็กมากๆ)และ Paulus โดยแผนของเราคือ จะใช้ถังดำน้ำสองถังของสองคนนี่แหละ ลงไปดำน้ำชมมันตะที่จะว่ายเวียนอยู่รอบๆกอปะการังในจุดดำน้ำนี้ ลักษณะของ manta sandy dive site เหมือนเป็นพื้นทรายเรียบๆใต้ทะเลไม่ลึกมากนัก บางจุดแทบจะเรียกได้ว่าไปยืนอยู่ได้ ความลึกของน้ำทะเลครึ่งตัว แต่รอบๆก็คือทะเลลึกนั่นเอง ถ้ามองจากทางอากาศ ก็จะเห็นเป็นสีสว่างสลับมืดซึ่งเป็นสีของทรายตื้นสลับกับทะเลลึกรอบด้าน

จาก Aborek ใช้เวลานั่งเรือยาวโคลงเคลงของเราใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที และเป็นโชคดีอย่างยิ่ง วันนี้ฝูงกระเบนราหูไม่ดำลึก แต่กลับว่ายเล่นกันอยู่บนผิวน้ำ เห็นครีบมาแต่ไกล เรือจอดปุ๊บ ผมกระโดดลงน้ำกลางเนินทราย รีบตีฟินเข้าไปหากลุ่มครีบใหญ่ๆนั่นทันที หัวใจเต้นแรง เพราะความรู้สึกเหมือนกำลังว่ายเดี๋ยวไปกลางเวิ้งทะเลลึก เข้าไปกลางฝูงของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ไม่รู้จะต้อนรับขับสู้เราดีขนาดไหน ที่น่ากลัวคือ กระแสน้ำหล่ะแรงแค่ไหน จะพัดเราหลุดจากฝูงไปหรือไม่?
ผมว่ายตีฟินออกไปสู่ความมืดลิบๆ กะเอาว่าตีไปเป็นเส้นตรง ไปชนเข้ากลางฝูงนั่นหล่ะ ยิ่งตียิ่งมืดยิ่งน่าหวาดเสียว และวินาทีนั้น เงารางๆของสัตว์ตัวใหญ่ทะมึนบางชนิดก็เริ่มปรากฎให้เห็น ชัดขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ชัดเจน โอก็อด! มันตะทีดำ! มันใหญ่อะไรขนาดนั้น กะๆคว้างกว้างระยะประชิดก็ 4 เมตรเป็นอย่างต่ำ เคยเห็นแต่ในวิดีโอ ไม่นึกว่ามันจะมโหฬารขนาดนี้ ทั้งๆที่เรารู้ดีว่าสัตว์ชนิดนี้ไม่มีอันตรายกินแพลงค์ตอน แต่ด้วยความใหญ่ สันหลังผมกลับเย็นวาบ รู้สึกขนลุก เมื่อผมเข้าใกล้เกินไป เจ้ายักษ์ก็เบี่ยงตัวหลีก ว่ายวน และแล้วจากหนึ่ง ก็เป็นสองสามและสี่ ในน้ำขุ่นๆนั้น โผล่มาทางนู้นทีทางนี้ที บ้างก็ว่ายหายเวียน ว่ายลอดใต้ผม บางทีก็หายไปในความมืด แล้วก็โผล่มาใหม่เหมือนมีซักสิบตัว ด้วยความขุ่น และกระแสน้ำแรง บางครั้งผมก็หยุดรอ มองไปรอบๆ บางครั้งก็ว่ายกวดไล่ตามหลังเจ้ายักษ์เหล่านั้นไป สุดแล้วแต่ความสะดวก เพราะรู้ดีว่า มีเวลาไม่มากนัก และต้องเก็บภาพความทรงจำในครั้งนี้ไว้ให้ดีที่สุดในสถานการณ์อันเร่งรีบและตื้นเต้นนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่วิเศษ รื่นรมพร้อมๆกับเลือดสูบฉีดอะดรินาลีนหลั่งประเภทนานๆทีจะมีครั้ง ประมาณครึ่งชั่วโมงฝนเริ่มตั้งเค้า ผมต้องรีบตีฟินกลับเข้าเรือ และนี่คือภาพที่ได้

DSC_2280-3DSC_2318DSC_2320DSC_2350DSC_2360DSC_2371DSC_2379DSC_2382

DCIM100GOPROG0247324.DCIM100GOPROGOPR7312.
แล้วเราก็กลับมา dive กันต่อที่ Aborek jetty อีกหนึ่งใน site ที่ใครมาราจาอัมปัต จะพลาดไม่ได้ และเพราะเจ้ายักษ์มันตะมาว่ายกันบนผิวน้ำ ถังที่กะจะใช้ที่ Manta sandy เลยได้เอามาใช้ที่นี่แทน ถือว่ากำไร
ผมว่า สำหรับ Aborek jetty ไม่จำเป็นต้องพรรณนาอะไรมากมาย ให้ภาพฟ้องความงามอันจะพลาดไปเสียไม่ได้ของสถานที่แห่งนี้เลยดีกว่า

DSC_2405DSC_2409DSC_2445DSC_2452DSC_2459DSC_2527-2DSC_2559DSC_2572DSC_2622DSC_2634DSC_2656DSC_2657-2DSC_2700-2DSC_2709-2DSC_2719-2

DCIM100GOPROG0257349.

เราดำน้ำที่ Aborek เสร็จ ก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยเต็มที นั่งพักบน Jetty สนทนากับ Paulus อยู่พักใหญ่ คุยกันสัพเพเหระ นั่งดูนักท่องเที่ยวอินโดที่มาเที่ยวกับ speed boat ไปเรื่อย
Paulus นั่งดูดใบจาก ดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก บอกว่านักท่องเที่ยวชาวชวา(อินโดที่ไม่ใช่ปาปัว) เที่ยวดูโหวกเหวกเสียงดัง ไม่ค่อยมีวินัยในการท่องเที่ยวเท่าใดนัก ผมฟังดูก็เห็นใจในฐานะที่ Paulus เป็นคนพื้นถิ่น ก็คงต้องจำใจนั่งดูนักท่องเที่ยวหลากหลายที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง ไปจับนั่นนี่เหยียบนั่นนี่ เสี่ยงต่อทรัพยากรอันบอบบางของราจาอัมปัตอย่างยิ่ง เป็นเกร็ดความรู้เพิ่มเติมด้วยว่าคนปาปัวมองว่าตนเป็นชนอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง ไม่ควรอยู่ภายใต้คนชวา

เมื่อเราคืนอุปกรณ์ดำน้ำคืนให้ dive center บนเกาะ Aborek เรียบร้อย ก็ถึงเวลาเดินทางถึงที่หมายสุดท้ายที่ผมร้องขอ Paulus ให้พาผมไปเห็นด้วยตาตนเองให้ได้ สู่ Kobekwan homestay โฮมสเตย์โดดเดี่ยวขอบเกาะ Gam ที่มีประการังน้ำตื้นภายใต้ป่าโกงกางในน้ำใส
ประมาณไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็มาถึง Paulus ปล่อยให้ผมลงน้ำตรงป่าโกงกางทางด้านตะวันออก แล้วว่ายตามกระแสน้ำไปทางตะวันตก ทิศที่โฮมสเตย์ตั้งอยู่ ไม่ผิดหวัง! กันดำน้ำตื้นที่นี่ เหมือนหลุดเข้ามาในแดนสนธยา มีทั้งความงาม มีชีวิต ลึกลับ น่ากลัว(จระเข้ ซึ่งแถบนี้คงไม่มี) ไปในเวลาเดียวกัน เป็นวิวอีกประเภทหนึ่งที่ชีวิตนี้ต้องมาเห็นซักครั้งเป็นบุญตา

DSC_2739DSC_2760DSC_2762DSC_2767DSC_2812-2DSC_2834DSC_2837DSC_2846DSC_2856DSC_2858DSC_2861DSC_2866DSC_2867DSC_2889DSC_2921DSC_2962DSC_2987DSC_2989DSC_2997DSC_2999DSC_3010DSC_3017

ปะการังของ Kobekwan homestay มีเอกลักษณ์ มีความหลากหลาย สวยงามมากจริงๆ ผมว่ายดูจนพอใจ แล้วจึงขึ้นมาเดินเล่นชมวิวบน Jetty ของ homestay
ลักษณะในวันนี้ ดูเหมือนที่นี้จะถูกทิ้งร้าง คงเพราะความไกลจากชุมชนอื่นๆ ทำให้กิจการ homestay นี้ไม่ค่อยคุ้มนัก ซึ่งก็ดีในแง่ที่ว่าธรรมชาติตรงนี้คงจะได้ฟื้นฟูทันกว่าที่คนจะมาทำลายซะก่อน ผมเดินเล่น นั่งชิวกับ Paulus ซักพัก ก็เย็นย่ำ ถึงเวลากลับซะที พร้อมความอิ่มใจกับการเก็บภารกิจครบตามที่วางแผนไว้ เป็นวันมหัศจรรย์ของชีวิต ที่ถึงอยากจะลืม ก็คงลืมไม่ลง

EP5 จบแล้ว แต่การผจญภัยในหมู่เกาะมหัศจรรย์นี้ยังไม่จบ เจอกันใหม่ใน EP6 ครับ!

ราจาอัมปัต… ที่สุดในโลก EP4: “พักยก พักอก พักกาย พักใจ ที่ Sawinggrai หมู่บ้านสวรรค์”

ความเดิมตอนที่แล้ว* วันสุดท้ายของการพักที่ Yenaduak family homestay แห่งเกาะ batanta เราเดินทางไป snorkeling ที่เกาะใกล้ๆคือ Wai และ Urun ปะการังสีพาสเทลของทั้งสองเกาะตระการตาซะจนการมา Raja Ampat ในสามวันแรกนั้นเรียกได้ว่าคุ้มค่าไปเป็นที่เรียบร้อย

อ่านฉบับเต็ม EP3 ได้ ที่นี่

(21/12/15)
เรานัดกับ Sammy แต่เช้าสำหรับการพาเราไปส่งที่ homestay ใหม่ชื่อ Nudubranch homestay บนเกาะ Gam ทางตอนเหนือของ Raja Ampat เมื่อวานเราได้กดดัน Sammy ให้เรายืมอุปกรณ์ snorkeling ตลอดทริปหลังจากนี้ เนื่องจากลูกน้องของ Sammy ทำของเราหายไปหมด(ย้อนเรื่องราวได้ ที่นี่) และสัญญาว่าจะคืนให้โดยจะฝาก Ronce ผู้ประสานงาน homestay ในเมือง Sorong ทีแรก Sammy ก็ทำท่าบ่ายเบี่ยงไม่อยากจะให้ เพราะเป็นห่วงว่าจะมีอุปกรณ์ไม่พอให้กับแขกที่จะมาพักต่อไป แต่เราทั้งสองคนยืนกรานว่าต้องให้ยืมเพราะถือเป็นความผิดของทาง homestay ครึ่งหนึ่งที่ของเราหาย ที่สำคัญเราขอยืมแค่อุปกรณ์ชุดเดียวเท่านั้น ตอนนั้นภรรยาผมน่ากลัวในการกดดันมากเลยที่เดียว(แต่ก็แอบเชียร์นะ ภรรยาดุเป็นบุญของสามี) ไม่อยากจะคิดว่าถ้า Sammy ไม่ให้ โลกคงจะแตกอีกรอบแน่ๆ Sammy เองก็คงทนรับรังสีจู่โจมของเราไม่ไหว เลยตกลงให้ยืมเมื่อเราสัญญาว่าจะคืนให้แน่นอน

เราร่ำลา Yenaduak homestay ที่เวลาประมาณสิบโมงเช้า นั่งเรือยาวข้าม Dampier strait กลับขึ้นเหนือกันเป็นชั่วโมงอีกรอบ ก่อนออกจากอาณาเขตของเกาะ Sammy ฝากขอช่วยผมให้ประชาสัมพันธ์ homestay ของเขาให้เพื่อนๆผมด้วย ผมบอกไปว่า ให้ช่วยจัดการเรื่องยุงด้วย แล้วจะแนะนำให้เพื่อนๆมากัน นั่นคือเทวดาด้านความดีบอกให้พูด แต่สมองฟากมารก็คิดในใจ “กุไม่คิดรีวิวบนเวปแบบเลวๆให้มรึงก็บุญโขแล้ว ทำของกุหาย บังกะโลทั้งมืดทั้งทึบทั้งร้อน ยุงก็โคตรโหด อาหารก็ไม่อร่อย”

แต่เอาจริงๆนะ เวลามาย้อนคิด ความทุกข์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับการมาพักที่ Yenaduak family homestay แล้ว มันไม่ใช่ความผิดของ Sammy ซะทีเดียวหรอก มันมีอะไรหลายๆอย่างที่เราเองก็สามารถเตรียมตัวมาให้ดีได้ เช่นเรื่องของหาย ถ้าเราไม่ประมาท ไว้ใจสถานการณ์ เช็คของทุกครั้งมันก็คงไม่หาย เรื่องอาหาร เราก็ควรซื้อของมาตุนไว้เองเยอะๆก่อนลงเกาะ ไม่ควรมาหวังกินดีจาก homestay เรื่องยุง ถ้าเปลี่ยนห้องนอนที่มีมุ้งดีๆตั้งแต่วันแรกก็คงไม่ต้องตัวลายกันขนาดนี้ แม้ Yenaduak จะตั้งอยู่ในที่ห่างไกล ไม่มีแม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ แต่ความไกลนี้เองที่ทำให้ที่นี่มีปะการังน้ำตื้นที่แทบจะเรียกได้ว่าสวยที่สุดในโลก มันคุ้มสุดๆ และน้อยคนนักที่จะได้มาเห็น แม้แต่คนที่มาเที่ยว Raja Ampat ก็ตาม ผมคิดว่า ใครจะมาตามรอย ก็แนะนำให้มาเลย แค่เตรียมทุกอย่างมาให้ดีกว่าผม หาเวลา shopping ของกินของใช้ก่อนมา อย่าทำ passport หายเหมือนผม ทริปของคุณก็จะ perfect

เรานั่งเรือข้ามฟากสู่เกาะ Gam ระหว่างทางเราต้องผ่านช่องแคบระหว่างเกาะ Kri กับเกาพ Mansuar ซึ่งเป็นเกาะที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของ Raja Ampat ถ้าเทียบกับของไทย มีหมู่เกาะตะรุเตา ก็มีเกาะลิเป๊ะเป็นศูนย์กลางอย่างนั้น แค่ Raja ampat ยังเป็นธรรมชาติอยู่มากกว่าหลายเท่า มาถึงช่องแคบระหว่างสองเกาะนี้ ทำให้ผมตระหนักได้ว่า Batanta ที่ผมไปมายังไม่พีค ทางตอนบนถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวมากกว่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมคนถึงต้องมากองกันแถบนี้  ความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลระหว่างสองเกาะนี้งดงามซะจนผมอดใจไม่ไหวที่จะกระโดดลงไปแล้วเก็บภาพมาฝากกัน ว่าแล้วก็ไปดูวิวกันเลยดีกว่า

IMG_1572IMG_1576IMG_1586IMG_1591IMG_1593IMG_1596IMG_1598IMG_1599IMG_1602IMG_1603

หลังจากแวะถ่ายภาพที่เกาะ Kri เราก็เดินทางต่อสู่ Nudibranch ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านชื่อ Sawinggrai บนเกาะ Gam เราพบว่าระหว่างทาง Sammy ลืมตำแหน่งของหมู่บ้านนี้และนำเราไปผิด จนเราต้องบอกว่าไม่ใช่ ไม่เหมือนในภาพที่เราเช็คบนเนตก่อนมา โชคดีที่แถวๆนั้นมีคุณตาชาวประมงปาปัวแท้กำลังหาปลาอยู่บนเรือแบบปาปัวแท้ๆเช่นกัน ท่านช่วยบอกทางไปหมู่บ้าน Sawinggrai และด้วยความที่ท่านดูเป็นคนปาปัวแบบโคตรๆ เราจึงเก็บภาพท่านมาด้วยให้ดูว่าชาติพันธุ์ปาปัวแบบที่ในสารคดีชอบถ่ายให้เราดูกันตัวจริงเป็นอย่างไร

หลังจากได้รับการนำทางจากกูรูปาปัว เราก็มาถึง Nudibranch เดิมเราทราบว่าเจ้าของชื่อ Paulus เป็นชาวปาปัวแท้หนึ่งในผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวของ Raja ampat แต่คนที่มาต้อนรับเรานั้นเป็นอีกคนชื่อ Christian ก็ได้ความว่า Nudibranch homestay เต็ม(อ้าว!?) แต่เมื่อคุยๆไปก็เข้าใจ เนื่องจากแต่เดิม Nudubranch homestay ถูกสร้างมาเพื่อเป็นสถานีวิจัยของศาสตราจารย์ทางทะเลท่านหนึ่งจากเยอรมัน และช่วงนี้เขากับลูกศิษย์ดันมาพอดีทำให้เต็ม แต่จริงๆแล้ว Nudibranch homestay บริหารโดยสามพี่น้องคือ Paulus, Christian และ Nicolas ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ทั้งสามได้แยกกันทำ homstay คนละอัน แต่อยู่ติดกันหมด ผมก็ได้มาพักที่ Walking shark homestay ที่ดูแลโดย Nicolas ผู้มีประสบการณ์น้อยกว่าพี่ชายทั้งสอง สาเหตุที่ homestay แถบนี้ชื่อ Nudibranch บ้างหล่ะ Walking shark บ้างหล่ะ เพราะที่ตั้งของ homestay อยู่ในป่าโกงกางที่เต็มไปด้วยนูดี้(ทากเปลือยสีสวยๆ) และ walking shark ฉลามพันธุ์หนึ่งที่เป็น hightlight ของราจาอัมปัต แต่มีอีกเหตุผลนึงที่ผมเลือกมาพักที่นี่ เป็นอาวุธลับที่จะเผยในตอนถัดไป

ที่นี่ให้ความรู้สึกต่างกับที่พักก่อนหน้านี้มาก ไม่มียุง โปร่ง เย็นสบาย และมีผู้คนรายล้อม ดูแล้วอบอุ่นน่าพักเป็นที่สุด เราก็ไม่รอช้าที่จะออกไปสำรวจท่าเรือของ Sawinggrai อันโด่งดัง เป็นท่าเรือที่มีปะการังและปลาหลากสีเช่นปลานกแก้วเต็มไปหมด ไม่ว่าทัวร์ไหนมา Raja ampat ก็ต้องมาแวะ ไม่ใช่แค่มาดูวิว แต่มาเล่นกับเด็กๆในหมู่บ้านด้วย เป็นหมู่บ้านสวรรค์ของ Raja ampat อย่างแท้จริง

IMG_1617IMG_1698IMG_1683DSC_1570DSC_1571DSC_1582IMG_1633IMG_1632IMG_1630IMG_1629IMG_1634IMG_1644IMG_1637DSC_1597DSC_1599DSC_1605DSC_1592DSC_1610DSC_1589DSC_1590DSC_1607DSC_1609DSC_1601IMG_1645

ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณบ่ายโมง ด้วยความร้อนของแดด ผมกับภรรยาจึงกลับที่พักไปทานข้าว ซึ่งทาง homestay จัดเมนูพื้นฐานอย่างเมนูไข่ให้ แต่รู้สึกว่ามันอร่อยดีนะ หลังผ่านวิบากกรรมที่ Batanta มา
ช่วงบ่ายภรรยาผมพักผ่อน ผมนัดกับ Nicolas ให้ไปนำผม snorkeling ดูของดีรอบๆ homestay ซึ่งมีทั้งทากเปลือย โกงกางและปะการัง นอกจากนั้นผมยังนัด Paulus ในช่วงเย็นให้พาไปดูของดีใน Gam bay
Paulus บอกว่าจะพาไปดู Mandarinfish ซึ่งเป็นปลาสวยงามขนาดเล็กหายากมากๆ มีแค่ในแถบอินโดนี่แหละ ก่อนตกเย็นตามที่สัญญากันไว้ ผมเลยออกไปสำรวจปะการังแถว homestay ซะก่อน

เจอหลายอย่างทีเดียวครับ ทั้ง nudibrach ทั้งงูทะเล ทั้ง walking shark รวมถึงฝูงปลากระมงขนาดใหญ่ ผมพบว่า แถบนี้ถ้าพูดเรื่องสัตว์น้ำ มีอะไรให้ดูเยอะกว่า Batanta มาก แต่ช่วงบ่ายวันนี้ คลื่นลมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมคิดว่าจะสำรวจซ้ำอีกครั้งพรุ่งนี้เช้า

DSC_1620DSC_1634DSC_1644DSC_1660DSC_1668DSC_1673DSC_1691

DCIM100GOPROG0106633.

DCIM100GOPROG0106665.
DCIM100GOPROG0106665.
DCIM100GOPROG0106694.
DCIM100GOPROG0106694.
DCIM100GOPROG0106748.
DCIM100GOPROG0106748.
DCIM100GOPROG0106754.
DCIM100GOPROG0106754.
DCIM100GOPROG0116785.
DCIM100GOPROG0116785.
DCIM100GOPROG0116798.
DCIM100GOPROG0116798.
DCIM100GOPROG0126987.
DCIM100GOPROG0126987.
DCIM100GOPROG0147110.
DCIM100GOPROG0147110.

ตกเย็นเราก็ออกไปเที่ยว Gam bay กันตามที่นัดหมายไว้กับ Paulus ลูกพี่ใหญ่ของหมู่บ้าน ผมต้องการให้ Paulus พาไปดูปะการังในป่าชายเลน และของเด็ดๆเท่าที่เวลาอำนวย เสียดายที่กล้องของผมดันมีปัญหาใต้น้ำ เลยไม่ค่อยได้ภาพสวยๆ แต่ก็มีภาพปลา Mandarin มาฝากกันนะ

สำหรับตอนนี้ผมคงต้องลาไปก่อน ตอนต่อไปจะเป็นหนึ่งในตอนที่เป็น climax ของทริปนี้เลยที่เดียว เพราะจะเป็นวันที่ผมได้เห็นเกือบทุกสิ่งที่คนมา Raja Ampat ควรจะได้เห็น แล้วเจอกันครับ!
DSC_1708DSC_1727DSC_1764DSC_1843DSC_1844DSC_1845DSC_1848DSC_1849DSC_1862DSC_1863DSC_1866DSC_1867DSC_1869DSC_1870DSC_1871DSC_1874DSC_1875DSC_1903DSC_1908DSC_1917

EP4 จบแล้ว เจอกันใหม่ใน EP5 ครับ!

ราจาอัมปัต… ที่สุดในโลก EP3: “บาตันตะ บุฟเฟ่ห์ปะการังขั้นเทพ”

ความเดิมตอนที่แล้ว* ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่เพื่อเตรียมและทดสอบอุปกรณ์ถ่ายภาพใต้น้ำสำหรับทริป snorkel ที่นัดหมายกับ Sammy ในวันนี้ เป็นเช้าที่สวยงามมากทั้งบนบกและใต้น้ำจนผมยกให้เป็นรุ่งอรุณมหัศจรรย์ของทริปราจาอัมปัตเลยทีเดียว

อ่านฉบับเต็ม EP2 ได้ที่ https://coralust.wordpress.com/2016/02/03/ราจาอัมปัต-ที่สุดในโลก-ep2/

(20/12/15)
เวลาประมาณเที่ยง ผมกับภรรยานั่งรอ Sammy อยู่บนเปลหน้า homestay ของเรา วันนี้เรานัดหมายกันว่าจะให้ Sammy นำเราสองคนไปที่เกาะ Wai และเกาะ Urun ซึ่งปรากฎอยู่ให้เห็นลิบๆจากหาดหน้า homestay บนเกาะ Birie ก่อนเดินทางมาที่นี่ผมได้อ่านรีวิว ดูภาพถ่าย และวิดีโอหยิบมือของนักท่องเที่ยวที่เคยมา ทำให้รู้ว่า ปะการังน้ำตื้นแถบนี้สวยบ้าคลั่งทีเดียว บางคนก็จะบอกว่าไม่สวยเท่าเกาะ Kri ซึ่งเป็นศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวของ Raja Ampat แต่ผมฟังหูไว้หู อยากลองมาเห็นด้วยตัวเองแล้วตัดสินมากกว่า และบอกไว้ก่อนเลยครับว่า ตัดสินใจไม่ผิด ปะการังของสองเกาะที่ผมกำลังจะไปชมนั้น มีเอกลักษณ์ในแบบที่ทางตอนบนไม่มี

Sammy มักจะหายไปจาก homestay ในช่วงเช้า เพราะต้องขับเรือไปทำธุระหลายอย่าง ทั้งซื้อน้ำมัน ทั้งหาสิ่งของมาบริการลูกค้าที่อยู่ homestay ส่วนตัวอย่างเราสองคน กลับมาก็เที่ยงกว่า และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่คนมาเที่ยว Raja Ampat แบบ homestay ต้องทำใจ คือเราจะไม่สามารถกำหนดเวลาของกิจกรรมของเราได้เป๊ะๆ ด้วยข้อจำกัดของ homestay ที่ยังไม่มีบริการดีเท่ารีสอร์ท เรือที่ใช้รับส่งก็เป็นเรือหางยาวทำความเร็วได้ไม่ดีนัก อาหารเช้าบางทีก็มีแค่ขนมปังหรือโดนัทหยาบๆที่บ้างครั้งผมก็ปฏิเสธไม่ทานเพราะทานไม่ลงจริงๆ แต่ถ้าเราถามหาปลาบ่อยๆ  ทาง homestay ก็จะพยายามจัดหามาให้สุดความสามารถ

ในที่สุด Sammy ก็กลับมาถึง วันนี้เราคุยกันว่า จะไป Wai ก่อนแล้วไป Urun พอถามว่าที่ไหนมีอะไรให้ดู Sammy ก็ได้ความว่า ที่ Wai จะมีปลาเยอะส่วน Urun ปะการังจะสวยเป็นพิเศษ ว่าแล้วเราก็เริ่มออกเดินทาง โดยเริ่มต้นจากการนั่งเรือไปทางตอนเหนือของเกาะ Birie สู่ Wai ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง เกาะหวายเป็นเกาะทรายขาวโดดเดี่ยว ตั้งอยู่ระหว่างเกาะ Mansuar, Kri ทางตอนเหนือและเกาะ Batanta ทางตอนใต้ ใจกลาง Dampier strait บนเกาะจะมีรีสอร์ทชื่อว่า Wai Eco Resort ตั้งอยู่ ซึ่งแพงมาก เหมาะกับคู่ฮันนีมูนที่มีฐานะ (ไม่ใช่ผมและภรรยา) รอบๆเกาะจะมีปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม มีมือโปรถ่ายภาพวิวของเกาะนี้ไว้ให้ดูเยอะแยะบนโลกออนไลน์ เมื่อไปถึง Sammy ก็จอดเรือกลางน้ำทางฝั่งตะวันตกของเกาะ ตรงกับจุดที่เป็นเหวปะการังพอดี เราทั้งสองคนกระโดดลงไป ตีน้ำไปเรื่อยๆจากใต้ขึ้นเหนือ และนี่คือภาพที่เราเห็น ณ ปลายเท้าของเรา

ที่ Wai มีปลาเยอะจริงๆ แต่เท่าที่เห็นจะเป็นปลาปะการังหลากชนิด แต่ยังไม่เห็นฝูงปลาใหญ่ๆหรือนักล่าจำพวกฉลาม แต่ขนาด สีสัน ความหลากหลาย ของนิเวศน์ปะการังที่ Wai ก็เป็นที่ประทับใจของผมมาก ผมอาจจะมาไม่ตรงจังหวะที่จะได้เห็นอะไรแปลกๆ แต่ก่อนขึ้นจากน้ำก็ได้เห็นเต่าทะเลตัวใหญ่ เป็นเต่าตัวแรกของทริป เสียดายถ่ายภาพไม่ทันเพราะไกลและว่ายน้ำหนีลงที่ลึกซะงั้น

เรา snorkel บริเวณด้านตะวันตกเกาะ Wai เกือบๆชั่วโมง แล้วก็นั่งเรือต่อไปเกาะ Urun ซึ่งอยู่ใกล้กับ Batanta มากกว่า เกาะ Urun เป็นเหมือนสันทรายร้างกลางทะเลเล็กๆ ที่มีสนทะเลขึ้นอยู่ตรงกลางพอให้หลบแดดได้ ภรรยาของผมเหนื่อยจากการ snorkel ก่อนหน้านี้ จึงตัดสินใจไม่ลงน้ำ ผมจึงลงน้ำกลางทะเลที่ขอบเหวปะการังของ Urun คนเดียว แล้วให้ Sammy ขับเรือเข้าไปรอที่เกาะ ส่วนผมก็จะตีน้ำเลียบขอบเหวปะการังไปเรื่อยๆจนถึงเกาะ ซึ่งเท่าที่กะประมาณด้วยสายตาก็ห่างออกไป 300 เมตรเป็นอย่างต่ำ เมื่อลงไป สิ่งที่ได้เห็นคือแนวปะการังแน่นขนัดสีโทนพาสเทลซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต เหมือนกับสวนญี่ปุ่นใต้น้ำที่ถูกจัดวางไว้อย่างดี เอาเป็นว่า สุดยอด! ไม่มีให้เห็นที่อื่นอีกแล้ว มันมีเอกลักษณ์มากๆ ตามภาพข้างล่างทั้งหมดครับ!

และแล้วเวลาประมาณสี่โมงเย็นเราก็เสร็จภารกิจเยี่ยมชมทั้งสองเกาะ ซึ่งเป็นภารกิจสุดท้ายในการมา Batanta เท่าที่เวลาจะอำนวย จริงๆแล้วแอบเสียดาย เพราะ Batanta ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ คนที่มาอยู่นานหน่อยจะมีโอกาสได้เห็นพะยูนด้วย ซึ่งผมอด เพราะเวลาบีบรัด พรุ่งนี้จะต้องเปลี่ยน homestay สู่เกาะใหม่ สถานที่ใหม่

เรานั่งเรือกลับ Yenaduak กันด้วยความอิดโรย ฟ้าค่อยๆครึ้มลงจากที่แดดจ้าก่อนหน้านี้ พอเรากลับไปถึงฝนก็ตกพอดี เป็นการพักผ่อนเย็นสบายคืนสุดท้ายบนเกาะ Birie อันแสนหฤโหด

DSC_1569

 EP3 จบแล้ว เจอกันใหม่ใน EP4 ครับ!

ราจาอัมปัต…ที่สุดในโลก EP1: “วันโลกาวินาศ สัมผัสแรกที่ขอบสวรรค์”

flight_R4

หลังจากการเดินทางข้ามคืนจากกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผ่านการ transit สามครั้ง และต่อเฟอรี่ข้ามทะเลอีกสองชั่วโมง รวมเป็นระยะเวลาการเดินทางกว่า 15 ชั่วโมง ในที่สุดเราสองคนก็ยืนอยู่ในเมือง Waisai ศูนย์กลางและเมืองหลวงของเกาะ Weigeo หนึ่งในเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสี่เกาะของ ราจาอัมปัต (Raja Ampat)

Raja Ampat หมู่เกาะที่ได้ชื่อว่ามีความสมบูรณ์ทางนิเวศน์สูงที่สุดในโลก สถานที่ที่มี 70% ของสปีชี่ส์ปะการังทั้งโลกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สวรรค์ที่นักดำน้ำยกให้เป็นอันดับหนึ่งเพราะกินเนสบุ๊คบันทึกไว้ว่าสามารถเห็นปลาได้มากกว่า 300 ชนิดในการดำน้ำแค่หนึ่งครั้ง
การผจญภัยในสุดยอดทะเลแห่งนี้กำลังจะเริ่มขึ้น ผมแทบรอต่อไปไม่ไหว แม้ร่างกายจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง แต่ในใจมันตื่นเต้นไปกับความจริงว่า “เรากำลังจะได้ลงไปดูโลกใต้น้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”

เราสองคนเดินเข้าไปในสำนักงานอุทยานพร้อมกับ Sammy เจ้าของโฮมสเตย์ที่เรานัดหมายไว้จากเกาะ Batanta เพื่อไปจ่ายเงินและรับ tag เข้าอุทยาน
“Sir, may I have your passport for registration?” เจ้าหน้าที่อุทยานสาวขอ passport ของผมเพื่อบันทึกข้อมูลตามระเบียบทั่วไปของการเข้าอุทยาน และนี่คือจุดเริ่มต้นวันโลกแตกของผม
.
.
.

ผมไม่รู้ว่ามันหล่นหายตอนไหน คงเป็นช่วงการเดินทางระหว่างเมือง Makassar ถึง Sorong โดยเครื่องบินหรือไม่ก็จาก Sorong มา Waisai ช่วงที่อยู่บน ferry แต่มันหายไปแล้ว และนั่นเป็นความจริงแท้ๆ ไม่มีอะไรจริงยิ่งกว่า วินาทีแรกที่ผมสำเหนียกได้ว่าผมทำพาสปอร์ตหาย ผมหน้าซีดเผือด ความรู้สึกมันเหมือนฟ้าหล่นลงมาใส่หัว แผ่นดินแตกถล่มเป็นเสี่ยงๆ ฝันหวานก่อนหน้านี้สูญสลายไปต่อหน้าต่อตา มันเป็นวินาทีแห่งความสับสน กังวล อับอาย มันช๊อคกระทันหันเกินกว่าจะทำใจหรือคิดหาทางออกได้ทัน ผมหันไปมองภรรยาด้วยความรู้สึกอึกอักเพราะไม่ว่าจะค้นในกระเป๋าใบไหนมันก็ไม่มี ความสะเพร่าขั้นเทพของผมมันเล่นผมเสียแล้ว
สายตาทุกคู่ ณ ที่นั้นมองมาที่ผม ช่วยกันลุ้นว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยาน Sammy และ Ranny ไกด์มือดีอีกคนที่ผมติดต่อไว้ล่วงหน้า มันคงดูอนาถแท้ เขาคงคิดในใจ “ยังไม่ทันเริ่มทัวร์ เจ้านี่ก็สร้างปัญหาให้ตรูช่วยกันแก้ซะและ” ผมแทบอยากจะมุดดินหนี ทำไมโง่อย่างนี้ อะไรหายไม่หาย ดันทำพาสปอร์ตหาย เซ็งขนาดไหน ณ จุดๆนี้ อยากกลับบ้านขนาดไหนก็กลับไม่ได้แล้วด้วย

จริงๆแล้วการทำ passport หาย มันไม่ใช่เรื่องที่แก้ยากนักสำหรับนักเดินทางในเมืองใหญ่ แต่ในกรณีนี้เนื่องจากเป็น Raja Ampat บ้านป่าไกลปืนเที่ยงตรงขอบด้านตะวันออกสุดของอินโดนีเซีย เลยไปอีกนิดก็ประเทศปาปัวนิวกินีแล้ว มันจึงเป็นอะไรที่ผมคิดหนักมาก เพราะต้องกลับไปทำเรื่องที่จาร์กาตา ยิ่งใกล้ปีใหม่วันหยุดยาว ชะตากรรมของเราสองคนในอินโดนีเซียจากความประมาทของผมในครั้งนี้ชักจะลำบากเสียแล้ว
ในเวลาวิกฤติแบบนี้ ผมยังโชคดีที่มี Ranny ไกด์ที่พึ่งพาได้ช่วยปลอบใจ เธอบอกว่า “Please don’t worry. You are now in Raja Ampat. You should enjoy it and forget about the passport for now. I will find a good solution for you.” เป็นคำพูดเตือนสติที่ดีเยี่ยม ที่ทำให้ผมคิดได้ว่ามาถึงแล้ว ก็ควรลืมเรื่องกังวลต่างๆทิ้งไปและอยู่กับปัจจุบัน ในขณะเดียวกันผมก็ได้เห็นความเป็นมืออาชีพไว้วางใจได้ของไกด์คนนี้ รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก ก็เป็นอันว่าผมใช้ passport เก่าของผมในการบันทึกข้อมูลแทน และรอสายโทรศัพท์จาก Ranny ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับ passport ในถิ่นทุรกันดารแบบนี้

บ่ายคล้อย ผมและภรรยาลา Ranny เพื่อนั่งเรือต่อไปสู่ Yenaduak family homestay ของ Sammy บนเกาะ Birie, Batanta
เรือของ Sammy ที่ใช้ข้าม Dampier Strait เป็นเรือหางยาวสีเขียวไม่มีหลังคา ขนาดใหญ่พอสมควร การข้ามทะเลสู่ Batanta ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ด้านใต้ของ Raja Ampat นั้นกินเวลาถึงสองชั่วโมง ผมเลือกไป Batanta เพราะกะว่าอาจจะมีโอกาสเห็นพะยูนซึ่งเห็นได้บ่อยๆในแถบนั้น ระหว่างล่องเรือไปก็ได้พบกับโลมาฝูงใหญ่ เป็นการยืนยันว่าของเขาสมบูรณ์จริงๆ เรา happy มากและคิดว่าสามารถลืมเรื่อง passport ไปได้

This slideshow requires JavaScript.

ยิ่งใกล้ Batanta เราก็จะยิ่งเห็นความเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เกาะ Batanta นั้นเขียวขจี มีภูเขาสูง และพืชพันธุ์หลากชนิดแน่นไปหมดตามแบบป่าดงดิบแท้ๆ นี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังว่าจะได้เห็น พอไปถึงเราก็ได้เห็น Homestay ที่อยู่ริมหาดขาวสะอาดทอดยาวเป็นส่วนตัวของเราล้วนๆ น้ำสีมรกต ร่มรื่น เสียงนกป่าหลากชนิดดังชัดเจนมาแต่ไกล นี่คือเสียงป่า! ผมกระโดดลงจากเรือ พาภรรยาไปพักผ่อนในกระท่อมส่วนตัวที่จองไว้ Yenaduak homestay ของ Sammy มีเพียงกระท่อมเดียว และเราสองคนเป็นแขกคู่เดียวของ homestay

Sammy ลูกชายและน้องชายต่างช่วยกันยกของเข้าบังกะโล ผมเตรียมตัวที่จะเริ่มสำรวจแนวปะกานรังทันทีก่อนจะตกเย็น

แต่ทุกๆครั้งที่เราคิดว่า ปัญหาต่างๆมันจบลงแล้ว และเรากำลังจะได้พักผ่อนซะที สิ่งที่แย่กว่ามันมักจะตามมาเสมอ…

ผมรีบเตรียมอุปกรณ์เพื่อจะลงสำรวจใต้น้ำ แต่พบว่าถุงใส่อุปกรณ์ snorkel ของผมไม่อยู่ในบังกะโล ไอ้ลูกชาย Sammy เจ้ากรรมที่แบกถุงนี้มาที่ท่าเรือ Waisai ดันลืมโหลดถุงนี้ลงเรือซะงั้น ผมเองก็ลืมเช็คเพราะไม่นึกว่ามันจะมาตายน้ำตื้นกันแบบนี้ ผนวกกับเราสองคนลงเรือมาก่อน ท่าเรือสูง เลยมองไม่เห็นว่าเหลืออะไรอยู่บนท่าบ้าง เจ้าเด็กนี่แบกมา แถมเป็นคนโหลดสัมภาระทั้งหมดลงเรือแล้วปิดไว้ด้วยผ้าใบ สงสัยผีจะบังตาให้ลืมหยิบถุงนั่นลงเรือมาซะเฉยๆ
มันสายเกินไปเสียแล้ว ถือเป็นคราวซวยซ้ำซ้อน เพราะถ้าไม่มีอุปกรณ์ snorkel ก็เท่ากับทริปนี้เหลว ลงถ่ายภาพใต้น้ำไม่ได้ ภรรยาผมโมโหสุดขีด สั่ง Sammy ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดให้ขับเรือกลับไปเอา สี่ชั่วโมงก็สี่ชั่วโมง แม้จะเหนื่อยล้าขนาดไหน ผมก็จำใจต้องไปคุม Sammy ให้ขับเรือกลับไปเช็คที่ Waisai พร้อมๆกัน คลื่ินลมเริ่มแรงขึ้นผมเหนื่อยจนไม่ไหวต้องเอาผ้าปิดหน้ากันแดด นอนในเรือหางยาวเปียกๆอีกเป็นชั่วโมงกว่าจะถึง Waisai พอไปถึง Ranny ก็รออยู่แล้ว เราช่วยกันหา แต่ของผมก็หายไปแล้ว มีคนมือดีหยิบไป หายไปตลอดกาล

ผมนั่งเรือยาวลำเดิมกลับ  Batanta พร้อมความผิดหวัง ขณะนั้นเป็นเวลาพลบค่ำพอดี ภรรยาผมมารอผมอยู่หน้าหาด เมื่อทราบข่าว เธอก็น้ำตาไหลด้วยความเจ็บแค้นในความซวยซ้ำซวยซ้อนและความสะเพร่าของทุกๆคนรอบตัว มันเป็นวันแห่งความอดทนอดกลั้น เราทั้งสองต่างถึงจุดที่เหนื่อยและหมดแรงบันดาลใจในการมาเที่ยว Raja Ampat อย่างสิ้นซาก เป็นหนึ่งวันที่เราเรียนรู้ว่า การเดินทางก็สามารถสร้างความทุกข์มหาศาลให้เราได้เช่นกัน นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการเดินทางในครั้งนี้ของเรา

(19/12/15)
การผจญภัยทรหดเมื่อวานทำให้ผมไข้ขึ้นและเป็นหวัด ต้องอัดพาราไว้ตลอดกันทรุด คืนแรกที่ Yenaduak พิสูจน์แล้วว่าเรามาอยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อนจริงๆ homestay จะมีไฟฟ้าให้ใช้แค่ระหว่างหกโมงเย็นถึงเที่ยงคืนเท่านั้น หมายความว่าหลังเที่ยงคืนอากาศจะอบอ้าวมากเพราะพัดลมหยุดทำงาน ยิ่งกว่านั้นยุงที่ีนี่โหดและเยอะเกินไป ยาทากันยุงกับมุ้งหย่อนๆของ homestay ไม่มีทางเอาอยู่ ตื่นเช้ามาทั้งแขนทั้งหลังเต็มไปด้วยรอยยุงกัด และเนื่องจากเราเหนื่อยกันสุดๆ เราจึงหลับกันจนบ่าย แทบไม่ได้ลุกมาทานอาหารที่ homestay เตรียมไว้ให้
ช่วงเย็นอาการป่วยของผมดีขึ้น จึงเริ่มออกไปสำรวจปะการังหน้าหาด หรือที่เรียกว่า housereef นั่นเอง โชคดีที่ Sammy มีอุปกรณ์สำรองให้กับแขกที่มาพัก เราจึงสามารถยืมอุปกรณ์มาใช้ได้ ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาบ่ายแก่ๆ แสงอาทิตย์เริ่มอ่อน คลื่นตอนเย็นค่อนข้างแรงและน้ำจะค่อนข้างขุ่น แต่เมื่อผมว่ายน้ำออกไปถึงแนวปะการัง ผมได้ตระหนักถึงคุณค่าของการมาที่นี่ได้อย่างชัดเจน และมันเป็นสัญญาณที่ดีว่าทริปนี้กำลังจะดีขึ้น ผมเดินข้ามนรกขุมต่างๆมาแล้ว และในที่สุดผมก็เดินทางมาถึงรั้วสวรรค์ซะที

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เห็นปะการังน้ำตื้นที่มีชีวิตขนาดนี้ และที่สำคัญ นี่ยังเป็นแค่รั้วๆขอบๆของ Raja Ampat เท่านั้น ยังไม่ใช่ที่สุด ที่สวยกว่านี้จะอยู่ใน Episode ถัดไป และการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์เกินที่คาดไว้

<<<EP1 จบแล้ว! เจอกันใหม่ใน EP2 ครับ!>>>

เที่ยวมัลดีฟส์ Vaavu Thinadhoo ราคา(เกือบ)ประหยัด คุณภาพคับแก้ว

ช่วงต้นปี 1-5 มกรา 2015 ที่ผ่านมา ผมและภรรยาได้มีโอกาสไปเที่ยวมัลดีฟส์ โดยเราพักกันบนเกาะ Thinadhoo, Vaavu Atoll, Maldives เป็นเวลา 4 คืนครับ

DCIM103GOPROG0471344.

ก่อนอื่นขอให้ข้อมูลค่าเสียหายสำหรับสองคนก่อนนะครับ (ไปเป็นคู่ ก็ต้องนับเป็นคู่ครับ อิอิ)

ค่าเครื่องบิน: ไป-กลับ สุวรรณภูมิ-มาเล่ 26,617 บาท (จองใน ebookers.com)
ค่าที่พัก: 4 คืน พร้อมอาหารวันละ 3 มื้อ ที่ Maldives Oceanic Villages 30,000 บาท
ค่าดำน้ำ scuba dives: 5 dives (ผมดำคนเดียว ภรรยาไม่ได้ดำด้วย) พร้อมเช่าอุปกรณ์ครบเซท 14,172 บาท
ค่าเรือเฟอรี่สาธารณะ: ไปกลับจาก Male-Thinadhoo 1,045 บาท

ทั้งหมดนี้เป็นค่าใช้จ่ายหลักๆครับ รวม 71,834 จริงๆแล้วจะมีค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยระหว่างทางบ้าง มีค่าทิปให้เด็กๆในรีสอร์ทนิดหน่อยก็ตั้งไว้ ไม่เกิน 80,000 บาทครับ
ทริปนี้ผมใช้คำว่า เกือบ จะประหยัด เพราะจะสังเกตได้ว่าราคาไปแพงกับค่าห้องพักรวมอาหารซะเยอะ รวมถึงค่าดำน้ำของผมด้วยซึ่งถ้าตัดตรงนี้ลงไปได้ สำหรับทริปมัลดีฟส์ คนส่วนใหญ่ก็สามารถมาเที่ยวได้สบาย แค่ขอให้วางแผนการเดินทางโดยใช้เรือเฟอรี่สาธารณะเท่านั้น

คำถามสำคัญก็คือ ทำไมผมถึงต้องเลือกเกาะนี้? ที่พักที่นี่? ทั้งๆที่ที่ถูกกว่าที่นี่ก็มี
คำตอบ:
1.) โจทย์ที่ผมต้องการตอบสนองอันดับแรกคือ ความเป็นส่วนตัว เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปฮันนีมูน ผมจึงมองหาเกาะที่เป็นเกาะชาวประมง(เพราะราคาถูก) แต่ต้องได้บรรยากาศความเป็นส่วนตัวแบบรีสอร์ท 4 ดาวแพงๆ
2.) ผมต้องการเกาะที่มีร้านดำน้ำ และต้องได้ดำน้ำใน site ที่ดีมากๆของโลก(ซึ่ง Fotteyo Kandu ที่ใกล้กับ Thinadhoo คือสุดยอด)
3.) ต้องการห้องพักเกรดรีสอร์ท ไม่ใช่แค่ระดับ guesthouse ในราคาที่รับไหว
4.) ต้องสามารถเดินทางด้วย public ferry ได้ เพราะจะช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะ ปกติในมัลดีฟส์ถ้าเดินทางด้วย speed boat อย่างถูกก็ 150 USD ต่อคน ไป-กลับ แต่ถ้านั่ง public ferry ได้ก็แค่คนละ 16 USD
และสุดท้าย ข้อนี้สำคัญมาก
5.) ผมชอบปะการังมาก และชอบมากที่สุดถ้าหากลงน้ำไปจากชายหาดแล้วได้ปะการังน้ำตื้นสวยๆ เพราะเหมาะกับการถ่ายภาพใต้น้ำซึ่งกำลังเป็นงานอดิเรกใหม่ของผม แต่ผมพบว่า ปะการังน้ำตื้นนั้นหายากมาก ไม้เว้นแต่ที่มัลดีฟส์ ถ้าไม่ใช่รีสอร์ทแพงๆจริง แทบไม่มีครับ

ผมค้นหาข้อมูลอย่างจริงจังมาก และสุดท้ายก็พบว่า เกาะ Thinadhoo แทบจะเป็นที่เดียวที่ไม่ใช่รีสอร์ทราคาแพงและตอบโจทย์ข้างบนครบทุกประการ โดยเฉพาะปะการังน้ำตื้น(house reef) ที่ได้คะแนน 8.5/10 ซึ่งดีกว่ารีสอร์ทห้าดาวหลายที่ด้วยซ้ำ ผมจึงเลือกที่นี่อย่างไม่ลังเลอีก

DCIM100GOPROG0012462.
ภาพปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo

ข้อมูลและเวปไซด์สำคัญที่อาจจะเป็นประโยชน์จากการค้นคว้าของผม:
1. http://www.oceanic-village.com/ อันนี้เป็นเวปไซด์ของ guesthouse ที่ผมไปพักมาครับ คุณภาพห้องพักระดับรีสอร์ทมากกว่า guesthouse
2.  http://www.plumeriamaldives.com/ อันนี้เป็นโรงแรมอีกอันบนเกาะ Thinadhoo ครับ มีหลายห้อง มีสระว่ายน้ำในตัว ราคาถูกกว่าที่ที่ผมไปพัก ( 4 คืนแค่ 600  USD) แต่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างครับ คงจะเสร็จพร้อมรับลูกค้าภายในต้นปี 2015 นี้
3. เวปที่มีประโยชน์ในการจองที่พักคือ booking.com หรือ agoda.com ซึ่งทั้งสองสามารถจองล่วงหน้าและไปจ่ายที่รีสอร์ทได้เลยครับ สำหรับบางโรงแรมอาจจะต้องการข้อมูลบัตรเครดิตกันเราเบี้ยวด้วย
4. เรือ public ferry จาก Male ไป Thinadhoo มีแค่ 3 วันต่อสัปดาห์คือ Sunday,Tuesday,Thursday (ออก 10.00 น) และจาก Thinadhoo ไป Male มีแค่ 3 วันต่อสัปดาห์เช่นเดียวกันคือ Saturday,Monday,Wednesday (ออก 9.00 น) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงครับ ถ้าไม่รีบมากก็ถือว่าค่อนข้างสบายเลย นั่งไปเรื่อยๆ ชมวิว คุณกับคนท้องถิ่น แนะนำว่าให้เตรียมอะไรไปกินบนเรือด้วยครับ
5.  http://www.tme.mv/ อันนี้เป็นอีก guesthouse นึงที่น่าสนใจ อยู่บนเกาะ Dhigurah, South Ari Atoll ที่ผมเคยดูไว้ก่อนตัดสินใจเลือก Thinadhoo เพราะ housereef ดีกว่า สำหรับคนที่อยากไปดำน้ำ ดูฉลามวาฬ กระเบนราหู เกาะ Dhigurah ก็เป็นอีกที่ที่ผมแนะนำครับ ไปกับ ferry ได้เช่นกัน และราคาห้องพักถูกกว่าบนเกาะ Thinadhoo

คำแนะนำ:
มีอะไรให้เมลติดต่อกับทาง guesthouse เหล่านี้โดยตรงเลยครับ ไม่ต้องมองหารีวิวละเอียด ถามทุกอย่างที่ต้องการจะรู้ อย่าเกรงใจครับ ผมก็ใช้วิธีการถามเอาทุกอย่าง ทางรีสอร์ทเขาเต็มใจบริการแน่นอน ตามที่ภรรยาผมกล่าวไว้ “บริการดีสิ เอาตังค์เราไปตั้งเยอะ” เพราะฉะนั้น มีอะไร ถามให้เต็มที่ครับ ใช้งานให้คุ้ม ที่สำคัญบางกิจกรรมให้ระวังไว้ด้วยครับ เช่นภายเรือคายัค บางทีเด็กรีสอร์ททำเป็นชวนเราเล่นเนียนๆ แต่พวกนี้เขาคิดตังค์ด้วยนะ ที่สำคัญคือมัลดีฟส์เป็นประเทศมุสลิมที่เคร่งครัดในเรื่องมารยาทการแต่งตัวในสาธารณะ เพราะฉะนั้นห้ามเดินใส่บิกินี่ในหมู่บ้านนะครับ ได้เฉพาะที่ชายหาดที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้เท่านั้น

คำเตือน:
ในมัลดีฟส์มีเกาะที่ชื่อ Thinadhoo สองเกาะ อีกเกาะนึงจะเป็นชุมชนใหญ่มาก ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว ย้ำว่าเกาะที่ผมไปเที่ยวมาคือ Thinadhoo, Vaavu Atoll ครับ

*จากจุดนี้ไปผมจะเริ่มเล่าเรื่องด้วยภาพเป็นหลักแล้วนะจ๊ะ มีคำถามอะไรสามารถคอมเม้นท์ถามในโพสท์ หรือหลังไมค์ไปที่ https://www.facebook.com/corallust ได้เลยจ้า

การเดินทางด้วย public ferry จากท่าเรือบนเกาะ Male สู่ Thinadhoo
การเดินทางด้วย public ferry จากท่าเรือบนเกาะ Male สู่ Thinadhoo (01/01/15)
เข้าใจเลยว่า ทำไมต้องฮันนีมูนมัลดีฟส์ ณ เกาะๆหนึ่งที่เราต้องเปลี่ยนเฟอรรี่ไป Thinadhoo
เข้าใจเลยว่า ทำไมต้องฮันนีมูนมัลดีฟส์ ณ เกาะๆหนึ่งที่เราต้องเปลี่ยนเฟอรรี่ไป Thinadhoo
เมื่อมาถึง Thinadhoo เด็กหนุ่มของ Oceanic Village guesthouse มาให้บริการอย่างดี ภรรยาผมหิวมาก เลยขออาหารเที่ยงกิน
เมื่อมาถึง Thinadhoo เด็กหนุ่มของ Oceanic Village guesthouse มาให้บริการอย่างดี ภรรยาผมหิวมาก เลยขออาหารเที่ยงกิน
วิวสวยๆ น้ำใสๆ จากเกาะ Thinadhoo (02/01/15)
วิวสวยๆ น้ำใสๆ จากเกาะ Thinadhoo (02/01/15)
สำรวจปะการังของเกาะ Thinadhoo วันแรก
สำรวจปะการังของเกาะ Thinadhoo วันแรก
selfie ใต้น้ำ
selfie ใต้น้ำ
ออกเรือไปดูโลมาช่วงเย็น (50 USD) ได้เห็นโลมาสมใจ
ออกเรือไปดูโลมาช่วงเย็น (50 USD) ได้เห็นโลมาสมใจ
ดำน้ำ Kuda Kandu + Miyaru Kandu (03/01/15)
ดำน้ำ Kuda Kandu + Miyaru Kandu (03/01/15)

DCIM102GOPROG0193029. DCIM102GOPROG0193075.

ดวงอาทิตย์ตกดินที่ Alimata
ดวงอาทิตย์ตกดินที่ Alimataซึ่งเป็น site ดำน้ำแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงของแถบนี้ครับ เหมาะสำหรับการดำน้ำดูฝูงฉลาม nurse sharks ซึ่งออกหากินเวลากลางคืน
nurse shark
nurse shark
nurse shark
nurse shark
ฝูง nurse sharks แห่ง Alimata กับการดำน้ำกลางคืนครั้งแรกของผม
ฝูง nurse sharks แห่ง Alimata กับการดำน้ำกลางคืนครั้งแรกของผม
ปลาสิงโต มีพิษนะจ๊ะ
ปลาสิงโต มีพิษนะจ๊ะ
กระเบนน้อยน่ารัก
กระเบนน้อยน่ารัก
มุมมองนักดำน้ำ
มุมมองนักดำน้ำ
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
(04/01/15) ดำน้ำที่ Fotteyo Kandu สวรรค์ของการถ่ายภาพใต้น้ำ หนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์
วันนี้ผมหนีภรรยามาดำน้ำคนเดียวครับ ระหว่างพักระหว่าง dive เขาก็พามาเกาะทรายกลางทะเลแห่งหนึ่ง สวบงามมาก
วันนี้ผมหนีภรรยามาดำน้ำคนเดียวครับ ระหว่างพักระหว่าง dive เขาก็พามาเกาะทรายกลางทะเลแห่งหนึ่ง สวยงามมาก
ปูบนเกาะทรายร้างกลางทะเล
ปูบนเกาะทรายร้างกลางทะเล
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(04/01/15) สำรวจปะการังน้ำตื้นของเกาะ Thinadhoo ในเย็นวันสุดท้ายของฮันนีมูน
(05/01/15) ก่อนกลับ Male เจอแมวสวยๆบนเกาะ Thinadhoo หนึ่งตัว
(05/01/15) ก่อนกลับ Male เจอแมวสวยๆบนเกาะ Thinadhoo หนึ่งตัว
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
ถ่าย Street Portrait ใน Male ให้ภรรยาครับผม
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศ Male เหมืองหลวงของมัลดีฟส์ยามเย็น
บรรยากาศ Male เหมืองหลวงของมัลดีฟส์ยามเย็น
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย
บรรยากาศใน Male ก่อนเดินทางกลับไทย

สุดท้ายผมก็ขอฝากให้ใครก็ตามที่ไปเที่ยว ให้เที่ยวอย่างนักท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึกครับ ความสวยงามที่แท้จริงของมัลดีฟส์นั้นอยู่ใต้น้ำ ดังนั้นใครจะไป ให้ฝึกฝนการ snorkeling และ Diving ให้ดีครับ เพื่อจะสามารถหลีกเลี่ยงการไปตีขาเตะปะการังได้ ชมปะการัง และปลาห่างๆ เก็บภาพถ่ายไว้เป็นความทรงจำดีที่สุดครับ

คำแนะนำสุดท้าย อย่าไปมัลดีฟส์คนเดียวเด็ดขาด ให้ไปกับเพื่อนฝูง ครอบครัว หรือคนรัก ไม่งั้นอาจจะเหงาได้  😉